ให้ซือฝูชิงไว้เท่าไรนะ”
“สามล้านครับ”
เงินสามล้านไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ แต่สำหรับในวงการบันเทิงแล้ว ค่าตัวพรีเซนเตอร์ไม่มีทางต่ำขนาดนี้แน่นอน
“ได้” ผู้อำนวยการพยักหน้า “งั้นก็ดึงค่าตัวไปที่สิบสองล้านเลย บอกทางบริษัทเทียนเล่อว่าขอให้เมิ่งเสวี่ยเป็นคนรับงาน”
เพิ่มขึ้นเป็นสี่เท่าตัว
ในเมื่อเมิ่งเสวี่ยกระแสดังกว่าซือฝูชิง แถมมีศักยภาพจริงๆ ฉะนั้นย่อมเอาสองคนนี้มาเปรียบเทียบกันไม่ได้
ผู้จัดการตอบรับ “ผมจะติดต่อเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ระหว่างความเป็นไอดอลมักมีเส้นบางๆ กั้นไว้อยู่
ซือฝูชิงและเมิ่งเสวี่ยก็เป็นเช่นนั้น
ไม่อย่างนั้นทำไมคนหนึ่งถึงเป็นหัวหน้าผู้มากความสามารถ ส่วนอีกคนเป็นแค่ฉากหลังล่ะ
มีเมิ่งเสวี่ยเป็นพรีเซนเตอร์ เขาเชื่อว่าอีกไม่นานไต้เฟยจะต้องโด่งดังแน่นอน
ส่วนซือฝูชิงใครอยากจะเซ็นก็เซ็นไป ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักหน่อย
**
ทางฝั่งบ้านตระกูลเผย
เผยเมิ่งจือเบิกตา อ้าปากกว้างสูดลมหายใจ “ยังดีๆ ยังเห็นตะวันของอีกวันได้”
เขานึกกังวลหวาดกลัวขึ้นมาจริงๆ กลัวว่าจะตายขณะอยู่ในห้วงความฝัน
เผยเมิ่งจือปาดเหงื่อ ขณะที่เตรียมดูข่าวสารบนโลกออนไลน์ก็มีสายหนึ่งโทรเข้ามา
“พ่อ ในที่สุดพ่อก็โทรกลับสักที” เขารีบพูดต่อ “