ว้แน่น “จอมยุทธ์หญิงโปรดช่วยทีเถอะ!”
ซือฝูชิงเอียงหน้าไปมอง “เห็นนายเป็นคนน่าสนใจดี ดังนั้นฉันจะช่วยนายก็แล้วกัน”
เธอล้วงหยิบกระดาษยันต์ที่พับเอาไว้อย่างดีมาจากในกระเป๋าแล้วส่งไปให้ “จำไว้ ยันต์ช่วยป้องกันอันตรายหลังจากนั้นมันจะไหม้หายไปเอง รอยันต์แผ่นนี้ไหม้ไปเมื่อไรนายค่อยมาหาฉัน จากนั้นก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฉันฟัง”
พอได้จับกระดาษยันต์สีชาดอันคุ้นเคยแล้ว เผยเมิ่งจือค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ
“นี่เป็นเงินเก็บของผม” เขารีบส่งบัตรธนาคารใบหนึ่งไปให้ “ในนี้มีล้านหนึ่ง คุณซือโปรดช่วยครอบครัวผมด้วยเถอะ พ่อผมมีเงินเยอะกว่าผมอีก!”
“ค่อยว่ากัน” ครั้งนี้ซือฝูชิงไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใด “ฉันยุ่ง เวลาของฉันใช้เงินซื้อไม่ได้หรอก”
จากนั้นเธอก็ขี่จักรยานจากไป
เวลานี้จั่วฉิงหย่าถึงกล้าเปิดปาก “พี่เมิ่งจือ พี่ถูกยัยนั่นทำคุณไสยใส่หรือเปล่า ยัยนั่นพูดเรื่องเหลวไหลเช้าจรดเย็น พี่อย่าไปเชื่อนะ!”
เผยเมิ่งจือกระวนกระวายใจ “เธออย่ามายุ่มย่าม เธอจะไปเข้าใจอะไร!”
ชีวิตของเขาสำคัญกว่า!
เผยเมิ่งจือคร้านจะสนใจว่าสีหน้าของจั่วฉิงหย่าจะย่ำแย่แค่ไหนก่อนจะขึ้นรถแล้วขับจากไป
จั่วฉิงหย่ากระทืบเท้ากัดฟันเอ่ย “ซือฝูชิง แกรอก่อนเถอะ!