ไม่เห็นใจมนุษย์ที่ตรากตรำอย่างโดดเดี่ยว ทำไมไม่ฟังคำอธิษฐานของพวกเขาและปกปักคุ้มครองพวกเขา”
อวี้ถังอดชะงักไปไม่ได้
ซือฝูชิงก้มศีรษะ พูดเสียงเรียบ “ฉันไม่ใช่เทพ เทพเป็นเรื่องไร้สาระ เราทำได้แค่พึ่งพาตัวเองเท่านั้น”
อวี้ถังเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับซือฝูชิงเลยพูดปลอบใจ “ชิงชิงอย่าเศร้าเลย มีเรื่องอะไรก็ไปหาอาเก้า! เขามีเงิน!””
“ฉันเอาแต่กังวลแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง” ซือฝูชิงโอบไหล่อวี้ถังด้วยรอยยิ้ม “ช่างเถอะ ไปกินข้าวกัน”
มื้อเย็นทานที่สวนในคฤหาสน์ หลังจากเฟิ่งซานเรียนรู้เรียบร้อย เขาถึงสั่งอาหารเดลิเวอรีได้เป็นครั้งแรก
“อาเก้า อาคงไม่มีมั้งคะ” อวี้ถังนั่งลงก่อนแกว่งถุงหอมที่ซือฝูชิงให้ในมือไปมา “ฉันได้เป็นอันที่สองแล้ว อาเก้าอิจฉาฉันไหม”
อวี้ซีเหิงเหลือบมองแวบหนึ่ง “ฝีมือปักดีใช้ได้”
“ฮะ?” อวี้ถังชะงักไป เวลานี้ถึงค้นพบว่าบนถุงหอมมีรูปด้วย “ชิงชิงปักรูปอะไรเหรอ”
ซือฝูชิงตอบอย่างได้ใจ “หลงเชวี่ย”
อวี้ซีเหิงชะงักไปก่อนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“อ๋อๆ หลงเชวี่ย” อวี้ถังเกาศีรษะ “แล้วหลงเชวี่ยคืออะไร”
“คล้ายหงส์” ซือฝูชิงเท้าคางขณะอธิบาย “เป็นนกที่ทั้งดุดันและโดดเดี่ยว”
อวี้ถังก็ยังไม่เข้าใจ รู้สึกเพียง