“…”
ชั่ววินาทีนั้นบรรยากาศรอบด้านพลันตกอยู่ในความสงบ
รวมถึงเด็กหนุ่มที่เอ่ยถึงเรื่องต่อสู้ก็พลอยแน่นิ่งตามไปด้วย
มีเพียงเจียงสุ่ยหันที่กำลังยืนเอามือไพล่หลังอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ซือฝูชิงขยับข้อมือข้อเท้าครู่หนึ่งก่อนเงยหน้าขึ้น “นิ่งอยู่ทำไมล่ะ เข้ามาสิ”
หลังจากเด็กหนุ่มหายตกตะลึงก็ได้สติกลับมา “มั่นใจเหรอ!”
เหตุที่เขาพูดประโยคนั้นออกไปก็เพื่อทำให้เธอรู้สึกกลัวจนถอยไปเอง แต่ทำไมถึงไปกระตุ้นทำให้เธอหัวร้อนขึ้นมาได้นะ
“ไม่ใช่ว่า” ซือฝูชิงหรี่ดวงตาจิ้งจอก “นายคงไม่ได้แค่ข่มขู่ฉันหรอกนะ”
เธอวอร์มร่างกายพร้อมแล้วด้วยซ้ำ
ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังอยากพูดอะไรบางอย่าง เจียงสุ่ยหันก็ชิงเปิดปากก่อน “ซังลู่ บรรพบุรุษสอนไว้ว่า พูดอะไรเอาไว้ต้องทำตามนั้น”
เวลานี้เด็กหนุ่มไม่กล้าพูดจาไร้สาระแม้แต่คำเดียว ตั้งท่าเตรียมบุกทันที “บอกไว้ก่อนนะ เจ็บตัวจากการต่อยตีเป็นเรื่องธรรมดา ถึงเวลานั้นคุณอย่าแจ้นไปฟ้องคุณนายก็แล้วกัน”
“พูดจาไร้สาระให้มันน้อยๆ หน่อย” ซือฝูชิงใช้มือทั้งสองข้างกอดอก “ถ้าต่อยตีแล้วปากมากเหมือนนาย ป่านนี้คงถูกคู่ต่อสู้ซัดล้มไปกองที่พื้นตั้งนานแล้ว”
ประโยคนี้ทำเอาซังลู่ไฟโทสะปะทุ “ผมไม่