ื่องอะไรหรือเปล่า” อวี้ฉีซานเป็นห่วงเป็นใย “ถังถังยังอยู่กับแกใช่มั้ย หรือว่าหลานดื้อเลยทำให้แกอารมณ์เสียอีกแล้ว ฉันบอกแกตั้งนานแล้วว่าให้ส่งหลานกลับมา ฉันจะดัดนิสัยหลานให้เอง
เด็กคนนั้นโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว แต่กลับทำให้คนอื่นหงุดหงิดได้ทุกวัน เห้อ ช่างน่าปวดหัวจริงๆ”
“ฉัน?” อวี้ถังชี้ที่ตัวเองแล้วอ้าปากพูด “ลุงใหญ่ ลุงก็เว่อร์เกินไปค่ะ ฉันออกจากเรียบร้อยว่าง่าย”
“ฮ่าๆๆๆ!” อวี้ฉีซานหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ “เธออยู่ด้วยงั้นเหรอ ถ้าเธอเป็นเด็กเรียบร้อยว่าง่าย ในตระกูลอวี้ก็คงไม่มีใครไม่เรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าใครกันที่กระโดดลงไปในแอ่งโคลนตอนเด็กๆ ฉันนี่แหละที่ไปเอาตัวเธอขึ้นมาระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกงาน”
อวี้ถัง “…”
เธอจับเสื้อซือฝูชิงไว้ด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ชิงชิง เชื่อฉันสิ ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ”
ชิงชิงลูบศีรษะเธอ “โอเคๆๆ ฉันเชื่อ”
เฟิ่งซานพูดขึ้นมา “คุณอวี้ซานครับ พวกเราพบประธานแซ่หลิวคนหนึ่งในเมืองหลิน เขาบอกว่ารู้จักคุณ ก็เลยขอให้พวกเราช่วยติดต่อคุณให้หน่อยครับ”
ประธานหลิวได้ยินเช่นนั้นก็ลนลาน ร้อนตัวขึ้นมาทันที “ไม่ ฉัน…”
เฟิ่งซานกดตัวเขาลงไปอีก
“หลิวเหรอ?” อวี้ฉีซานนิ่วหน้า “ฉันไม่รู้จั