างนี้ด้วย”
กร๊อบ กร๊อบ…
กระดูกหัวไหล่อีกข้างถูกบีบจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เช่นกัน
ประธานหลิวไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะกรีดร้อง เขาตาเหลือก ร่างกายกระตุกไม่หยุดราวกับอวัยวะภายในของเขาเจ็บปวดจนเหมือนมันมากองรวมกัน
อวี้ซีเหิงถอดถุงมือออก “เก็บกวาดด้วย”
เฟิ่งซานรับคำ
สีหน้าของซือฝูชิงแสดงอารมณ์ซับซ้อนเล็กน้อย “ที่แท้มือของคุณก็ไม่ได้ไร้เรี่ยวแรงฆ่าไก่จริงๆ
รถเข็นหยุดลงทันที
อวี้ซีเหิงเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง “ภาพลวงตาแบบใดกันที่ทำให้เธอคิดว่าฉันไม่มีแรง”
“อืม…” ซือฝูชิงลูบคาง “บางทีอาจจะเป็นเพราะทุกครั้งที่ฉันดูอาการให้คุณ คุณก็มักที่จะเอนหลังพิงโซฟา ฉันเลยคิดว่าคุณอ่อนแอ?”
“อืม” อวี้ซีเหิงขึ้นเสียงสูงเล็กน้อย “ดูท่าเธอจะลืมไปแล้วว่าตอนที่เธอล้มลงบนถนน ใครเป็นคนพยุงเธอขึ้นมา”
เมื่อซือฝูชิงนึกขึ้นได้ สีหน้าของเธอก็ชะงักไปทันที
เธอประกบสองมือทำท่าไหว้ด้วยท่าทีขึงขัง “ฉันผิดไปแล้ว เจ้านายคุณมีแรงมากจริงๆ!”
อวี้ซีเหิงเก็บสายตากลับมา “ไม่มีคราวหน้าอีก”
รถเข็นออกไปจากห้องผู้ป่วย
ซือฝูชิงเดินตามหลัง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเริ่มบันทึกกันลืม
[เจ้านายไม่ชอบให้คนอื่นพูดว่าเขาอ่อนแอและต้องชมว่าเขาแข็งแกร่