่นเขาถึงได้เกลียดเอา รู้มั้ยว่าใครเป็นคนส่งเธอมาที่นี่”
กลางฝ่ามือของอวี้ถังมีเหงื่อออก แต่น้ำเสียงของเธอยังสงบ “คนที่ฉันทำให้ขุ่นเคืองมีเยอะแยะไป ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าแกหมายถึงใคร”
“เยอะแยะ?” ประธานหลิวประหลาดใจ “เธอยังไปล่วงเกินใครนอกจากตระกูลเฉินอีกเหรอ”
อวี้ถังจดจำแซ่ ‘เฉิน’ นั้นไว้เงียบๆ
“ยอดไปเลย ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องดีใจแล้วที่ตัวเองถูกส่งมาที่นี่” ประธานหลิวเดินวนรอบตัวเธอพลางส่ายศีรษะซ้ำๆ “อย่างน้อยฉันก็อ่อนโยนกับผู้หญิง ถ้าเป็นคนอื่นละก็…
จิ๊ๆ เนื้อหนังกับกระดูกเธอคงไม่เหลือแล้วตอนนี้ คงจะถูกเอาไปป้อนให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขากินหมดแล้ว”
หน้าผากของอวี้ถังมีเหงื่อซึม แต่เธอก็ยังถามออกไปอย่างไม่หวั่นไหว “แกไม่กลัวว่าทั้งตัวเองกับตระกูลเฉินจะล้มหมดเหรอ”
“ฮ่าๆๆๆๆ!” ประธานหลิวหัวเราะเสียงดังออกมาทันที “เธอคิดว่าเธอเป็นใครน่ะ ได้ ต่อให้ตระกูลจั่วยังไม่ตัดสัมพันธ์กับเธอก็เถอะ ตระกูลจั่วก็ยังไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นออกมา”
“ที่นี่คือเมืองหลิน ตระกูลเฉินมีรากฐานร่ำรวยมายาวนาน ใครจะไปล้มเขาได้ เธอคิดว่าตัวเองมีตระกูลอวี้แห่งเมืองซื่อจิ่วหนุนหลังหรือไง”
เขาชอบเด็กสาวที่ไม่มีคนหนุนหลัง ซึ่งไม่จำเป็นจะต้