งโอเปราได้”
หลังจากที่เฝิงเพ่ยจือดูจบ ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “เธอ เธอเป็นคนร้องเพลงนี้จริงๆ เหรอคะ”
“คุณยังมีหน้ามาถามอีก!” ผู้จัดการหลัวโกรธจนหัวเราะออกมา “คุณเป็นผู้จัดการของเธอนะ!”
เฝิงเพ่ยจือถูกด่าจนมึน พูดอะไรไม่ออกสักคำ
“บริษัทต้องแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ลู่เยี่ยนได้รับผลกระทบ” ผู้จัดการหลัวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผมเรียกคุณมาที่นี่เพื่อจะบอกคุณว่าบริษัทจะไม่ปกป้องซือฝูชิง คุณรู้ไว้จะดีที่สุด”
“ค่ะๆๆ จะปกป้องเธอไปทำไม” เฝิงเพ่ยจือเอ่ยเสียงเบา “ต้าซย่าทีวียังเชิญเธอไปออกรายการวาไรตี้รายการหนึ่ง แต่ฉันปฏิเสธไปแล้วค่ะ”
“ต้องให้ได้อย่างนี้สิ” สีหน้าของผู้จัดการหลัวผ่อนคลายลงเล็กน้อย “บริษัทไม่ต้องการศิลปินที่ไม่เชื่อฟัง แม้ว่าเธอจะมีความสามารถแค่ไหน แต่ถ้าไม่เชื่อฟังก็ไม่ใช่คนที่พวกเราจะสนับสนุน”
เฝิงเพ่ยจือเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ในวงการบันเทิงสิ่งที่ต้องห้ามที่สุดคือการที่ศิลปินยืนกรานจะไปตามทางของตัวเองโดยไม่เชื่อฟังต้นสังกัด
แต่ซือฝูชิงก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
เมื่อใช้ประโยชน์หมดแล้วค่อยส่งไปที่เตียงของเถ้าแก่สักคนเพื่อแลกกับผลประโยชน์บางอย่างก่อนจะแช่แข็งเธ