เงินได้หลายสิบล้าน แต่ถึงอย่างไรก็เทียบชั้นกับภูมิหลังของตระกูลจั่วไม่ได้
ในเมืองหลิน การที่ตระกูลจั่วทำให้คนๆ หนึ่งหายไปถือเป็นเรื่องปกติเลยก็ว่าได้
“ไม่ใช่ฉันนะ!” หลินชิงเหยียนโมโหแทบตาย เบ้าตาบวมแดง เธอกัดฟันพูด “ซือฝูชิงต่างหาก! ยัยนั่นฟังฉันยังไม่ทันจบก็กดโทรแจ้งความ!”
เดิมทีเธอไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไรกับจั่วฉิงหย่าเลย เรื่องนี้นับว่าเธอเองก็ซวยเช่นกัน
แต่ซือฝูชิงใช้ลูกไม้นี้ดันเธอไปประจันหน้ากับตระกูลจั่วโต้งๆ
“ยัยซือฝูชิง!” ผู้จัดการสีหน้าขรึมลง “ยัยนั่นใช้วิธีการนี้รังแกเธอก็ไม่รู้จะได้ผลประโยชน์อะไร เพราะสถานะในวงการบันเทิงของยัยนั่นก็ต่ำต้อยพออยู่แล้ว
แต่ก็สมเหตุสมผลแหละ เพราะในฐานะที่เป็นไอดอลเหมือนกัน กระแสนิยมของเธอเบียดยัยนั่นได้เลย ถ้าจะอิจฉาตาร้อนก็คงเป็นเรื่องธรรมดา”
พอได้ยินเช่นนั้น อารมณ์ของหลินชิงเหยียนก็ดีขึ้นมาบ้าง “พวกเราไปสถานีตำรวจกันก่อนดีกว่า”
เพราะเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลจั่ว หลินชิงเหยียนจึงไปถึงสถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว เธอเม้มริมฝีปากขณะพูด “คุณหนูฉิงหย่า ฉัน…”
เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค ใบหน้าของเธอก็ถูกฝ่ามือหนึ่งตบเข้าอย่างแรง
จั่วฉิงหย่ามีแรงมากไม่น้อย