แถมหลินชิงเหยียนเองก็ใส่ส้นสูง พอทรงตัวไม่อยู่เลยล้มไปกองบนพื้น
ทั้งข้อเท้าและใบหน้าบวมแดง หลินชิงเหยียนถูกตบจนสมองคิดอะไรไม่ทัน
“คุณจั่ว!” ผู้จัดการสีหน้าเปลี่ยนรีบเข้าไปประคองหลินชิงเหยียนขึ้นมา “หน้าของชิงเหยียนมีประกันนะ!”
“มีประกัน?” จั่วฉิงหย่าดูแคลน “เท่าไรล่ะ เธอคิดว่าตัวเองเป็นราชินีหนังอย่างอวิ๋นหลานเหรอ ใบหน้ามีค่าถึงพันล้านหรือเปล่า บอกจำนวนมาเลย ฉันจะเขียนเช็คให้”
เพราะจั่วจงเหอเป็นพวกชอบควงสาว แถมควงดาราปลายแถวมาไม่น้อย
จั่วฉิงหย่าเลยเฉยชากับลูกไม้แบบนี้มานานแล้ว
วงการบันเทิงในเวลานี้น่ะเหรอ
สุดท้ายก็ต้องฟังนายทุนอย่างพวกเขาไม่ใช่หรือไง
หลินชิงเหยียนขอบตาแดงก่ำ “คุณหนูฉิงหย่า อย่าเหยียดหยามฉันเลยนะคะ”
“นี่เรียกว่าเหยียดหยามเหรอ” จั่วฉิงหย่ายิ้มเย็นชา “ตอนที่เธอโทรแจ้งความให้มาจับฉันทำไมไม่คิดบ้างล่ะ ฉันขอเตือนไว้เลย ต่อให้เรื่องนี้เคลียร์กันเป็นการส่วนตัว หรือประโคมข่าวให้คนอื่นรู้ก็ตาม ดูสิว่าเธอจะหาทนายความได้สักคนไหม!”
หลินชิงเหยียนไฟโทสะปะทุจนตาแดงแต่ก็ทำได้แค่ไร้หนทางสู้ “คุณหนูฉิงหย่าว่ายังไงก็ตามนั้นเลยค่ะ”
“ถือว่ารู้ความ” จั่วฉิงหย่าพูดอย่างผยอง “อีกเดี๋ยวต้องพูดยังไง