คงไม่ต้องให้ฉันสอนหรอกใช่ไหม”
เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองหลินชิงเหยียนแล้วเชิดคางเดินจากไป
ผู้จัดการเองก็ทำได้แค่ปลอบประโลมอย่างไม่พอใจ
หลินชิงเหยียนกัดฟันด้วยขอบตารื้นจากนั้นน้ำตาไหลก็รินออกมา “ฉันไม่เป็นไร”
“เฮ้อ จำไว้เป็นบทเรียน” ผู้จัดการถอนหายใจ “ถ้าจะต่อกรกับซือฝูชิงก็เอาเถอะ แต่อย่าลามไปถึงตระกูลจั่วด้วย พวกเราหาเรื่องคนอย่างตระกูลจั่วไม่ได้หรอกนะ”
“ตอนแรกฉันก็ไม่ได้กะจะลากตระกูลจั่วมาพัวพันด้วย!” นี่เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าของหลินชิงเหยียนบิดเบี้ยวขนาดนี้ “ซือ ฝู ชิง!”
ถ้าไม่ใช่เพราะซือฝูชิงเรื่องเยอะโทรแจ้งความ เธอจะถูกเหยียดหยามมากขนาดนี้ได้อย่างไร
“ความจริงเธอไม่ต้องเก็บเรื่องของซือฝูชิงมาใส่ใจมากก็ได้” ผู้จัดการครุ่นคิด “ฉันได้ยินข่าวลือมาจากทางฝั่งเทียนเล่อมีเดียว่าการแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรกนี้ ซือฝูชิงคงตายอย่างอนาถ”
หลินชิงเหยียนผงะไป “เรื่องเป็นไงมาไง”
“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ” ผู้จัดการส่ายศีรษะ “เธอรักษาแผลให้หายดีก่อนเถอะ อย่าถูกพวกปาปารัสซี่ถ่ายเข้าละ”
หลินชิงเหยียนอยู่ในตำแหน่งไอดอลสาวชื่อดัง ใบหน้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
หลินชิงเหยียนพยักหน้าด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างมาก ทว่าก็จนใจจะทำอะไร