ยนใจแน่นอน”
“อืม” ซือฝูชิงรับคำอย่างเนือยๆ “บอกแล้วว่าจะกลับมาสอนพวกนายต่อ ก็ต้องกลับมาสิ”
บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองตบหน้าหลินชิงเหยียนอย่างเห็นได้ชัด
มือของหลินชิงเหยียนพลันสั่นเทา เธอฝืนยิ้มออกมา “ถ้าเมนเทอร์ซือไม่เป็นไร ฉันก็ดีใจกับคุณด้วย ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อน”
เธอออกไปจากห้องซ้อมเต้นด้วยท่าทางแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนผ่าว อับอายอย่างที่สุด
หลังจากที่หลินชิงเหยียนกลับมาถึงห้องพักของตนเองแล้ว เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสาย
ตอนนี้เธอไม่สามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้อีกต่อไป “รั่วถง เธอบอกว่าเธอเห็นซือฝูชิงชนคนไม่ใช่เหรอ แต่ซือฝูชิงไม่ใช่แค่ไม่ต้องขึ้นโรงพักแต่ยังกลับมาแล้วด้วย”
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!” สวีรั่วถงได้ยินอย่างนั้นก็ร้อนรนขึ้นมาทันที “ก็หล่อนชนคน แล้วเธอก็ยังบอกว่าคนที่ถูกชนคือคนตระกูลเฉิน แต่ทำไมซือฝูชิงถึงกลับมาโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนี้ได้”
“งั้นก็อาจเป็นเพราะตระกูลเฉินไม่มีหลักฐาน” น้ำเสียงหลินชิงเหยียนดูอึมครึม “น่าเสียดายจริงๆ ที่ซือฝูชิงหนีไปได้”
“ไม่มีหลักฐาน?” สวีรั่วถงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็นึกอะไรออก “ฉันมีนะ!”
หลินชิงเหยียนตะลึงงัน “เธอมี?”
“ถูก