น้ำเสียงของเขาไม่ได้สูง แต่กลับแฝงพลังและมีแรงกดดันในตัวเอง
ชั่วขณะนั้นความรู้สึกตึงเครียดและกดดันก็กระแทกเข้ามาทันทีจนในใจเฟิ่งซานรู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เขาทนรังสีที่อวี้ซีเหิงแผ่ออกมาไม่ได้เล็กน้อย เส้นเอ็นสีเขียวๆ บนมือที่กุมพวงมาลัยของเขาเต้นตุบๆ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก “พี่เก้า…”
“ฉันเองก็ยังไม่ได้พูดว่าให้แล้วกันไปเหมือนกัน” ซือฝูชิงเอนหลังพิงเบาะ “ซานซาน ฉันจะบอกอะไรให้นะ เกิดเป็นคนจะเนรคุณคนไม่ได้
แต่ถ้าคนอื่นมาเหยียบหัวเรา และยังทำอย่างนั้นอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วละก็ ถ้ากล้ำกลืนฝืนทน พวกเขาก็จะคิดได้ว่านายเป็นพวกรังแกง่าย เคยได้ยินคำที่ว่า ม้าดีมักถูกขี่ คนดีมักถูกรังแกไหม”
เฟิ่งซาน “…”
ไม่ยุติธรรมกับเขาเลย
เขาก็แค่ใช้คำพูดอย่างเป็นทางการถามอวี๋ซวีเหิงเหมือนที่เคยทำเป็นประจำเท่านั้น
ใครจะไปรู้ว่าจะได้คำตอบไม่เหมือนเดิม
แต่เฟิ่งซานก็รู้สึกโล่งใจในเวลาเดียวกัน
เขาอยู่กับอวี้ซีเหิงมานานแล้ว และเขาก็ยังไม่สามารถที่จะขบคิดเข้าใจความคิดของเจ้านายคนนี้ได้
แม้ว่าอวี้ซีเหิงจะเป็นคนที่เข้าถึงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้คนอื่นอาศัยใช้อำนาจบารมีของเขาได้ง่ายๆ