ด้วยเครื่องสำอางแบบนั้นเหมือนกัน
กระทั่งคนในวงเองก็ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของซือฝูชิงเลยสักคน
มีครั้งหนึ่งเธอลุกออกมานอกหอตอนกลางคืน ตอนนั้นถึงเห็นซือฝูชิงที่หมดสติอยู่ด้านนอก
ซือฝูชิงเอ่ยอย่างปวดใจ “ฉันถูกเลือกน่ะสิ”
เจียงฉังหนิง “…”
มีดของฉันอยู่ไหนนะ
“คนที่ไร้ตัวตนอ่อนแอ น่าสงสาร ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างฉันดันถูกบีบให้ต้องลุกขึ้นมา” ซือฝูชิงเอ่ยอย่างเจ็บปวด “หนิงหนิง เธอต้องทำของอร่อยๆ มาปลอบโยนหัวใจที่แสนเจ็บปวดของฉันนะ”
เจียงฉังหนิงคลี่ยิ้มบาง “…”
ฉันจะอดใจเก็บมีดไว้ไม่ไหวแล้ว
“ถูกเลือกแล้วไม่ดีหรือไง” เจียงฉังหนิงเอ่ยเสียงเรียบ “นอกจากงานแสดงของวง เธอก็ไม่มีงานและออกอีเวนต์ที่ไหนมานานแล้วนะ”
ปกติมักอยู่ในโหมดที่ถูกเทียนเล่อมีเดียแช่แข็งไว้ส่วนใหญ่
นี่แสดงให้เห็นว่าซือฝูชิงไม่มีเส้นสายใดในวงการบันเทิงเลย
ตกอยู่ในช่วงลำบากพอสมควร
เจียงฉังหนิงชะงักไปแล้วเอ่ยถามว่า “เซ็นสัญญาแล้วเหรอ”
“ยังเลย” ซือฝูชิงเอ่ยด้วยท่าทีเกียจคร้าน “ถึงเวลานั้นค่อยพูดคุยกันอีกที”
“ทางบริษัทคงไม่ได้สนใจโฆษณาตัวนี้ ไม่งั้นคงไม่ส่งเธอมาแคสติ้งหรอก” เจียงฉังหนิงมุ่นคิ้ว “ถ้าเซ็นสัญญาจริงๆ ทางบริษัทคงได้…”
ข้อตกล