ำของหวานให้เธอกิน
“ทำไมเหรอ” เจียงฉังหนิงเห็นว่าซือฝูชิงนิ่งเงียบไป เพราะเธอกำลังตกอยู่ในห้วงความคิด
ซือฝูชิงหยิบคุกกี้ลูกเกดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ก็แค่คิดถึงเพื่อนสมัยก่อน”
เจียงฉังหนิงเหลือบมองเธอ “เธอมีเพื่อนคนอื่นอีกเหรอ”
“ใช่สิ” ซือฝูชิงตอบด้วยท่าทีสบายๆ “ตรงหน้าก็มีอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอ”
เจียงฉังหนิงแค่นเสียงเบาแต่ไม่ได้พูดอะไร
พอเห็นหญิงสาวกินด้วยท่าทีจริงจังก็เอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วเพื่อนของเธอล่ะ”
ซือฝูชิงชะงักไป น้ำเสียงผ่อนคลายลงมาก “คง…กลายเป็นพระพุทธเจ้าไปกันหมดแล้วมั้ง”
เจียงฉังหนิงผงะไป “ขอโทษนะ”
“มีอะไรให้ขอโทษกัน” ซือฝูชิงกัดคุกกี้เข้าปาก “ชีวิตย่อมมีวันตาย มันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว”
ทว่านิ้วที่กำกล่องอยู่กลับบีบแน่นขึ้น
หางตาพลันแดงขึ้นเล็กน้อย
“คนเยอะ รีบเข้าไปเถอะ” เจียงฉังหนิงดันตัวเธอ “ฉันจะรอเธออยู่ข้างนอก”
ซือฝูชิงเก็บกล่องเข้าไปในกระเป๋าแล้วสวมแว่นตาดำ “แค่ทำให้ผ่านๆ ไปเท่านั้น คงใช้เวลาไม่นานหรอก”
**
หน้ากล้องแคสติ้งด้านใน
ทีมงานหน้ากล้องเรียกคนเข้ามาให้ผู้กำกับภาพและรองผู้กำกับทำการสัมภาษณ์
ขณะที่ใกล้จะสัมภาษณ์นักแสดงคนต่อไปก็มีร่างเงาสูงชะลูดหนึ่งเดินเข