เซี่ยอวี้ที่เดินตามหลังมาก็ไม่คิดเกรงใจเลยสักนิด
เขาสาวเท้าเดินเข้าไปหยิบเบสมาตัวหนึ่ง
เดิมทีสวี่ซีอวิ๋นและเด็กฝึกที่เหลืออีกสี่คนเดินเข้ามาด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
แต่พอซือฝูชิงปรายตามองพวกเขาแวบหนึ่ง
พวกเขาห้าคนก็เผยสีหน้าจริงจังแล้วรีบก้าวเข้าไปอุ้มอุปกรณ์เครื่องเสียงทันที กระทั่งดึงสายไฟอื่นๆ ออกทั้งหมด
ทันใดนั้นเสียงดนตรีภายในห้องซ้อมเต้นก็เงียบลง
เด็กฝึกที่กำลังซ้อมเต้นอยู่ต้องหยุดชะงักไปด้วย สีหน้าเริ่มดูไม่ค่อยดีนัก
“ซือฝูชิง!” มู่เหยี่ยลุกพรวดด้วยใบหน้าเดือดดาล “ทำเกินไปแล้ว!”
“เมนเทอร์หลิน ที่นี่มีเด็กห้องเอฟด้วยเหรอ” ซือฝูชิงกวาดสายตามองแล้วหัวเราะเยาะเสียงเอื่อย “ดูท่าทางเมนเทอร์หลินก็สายตาหลักแหลมไม่เบา ฉันละอายใจที่เทียบไม่ติดเลยจริงๆ”
เพียงประโยคเดียวแต่ด่าถึงสองคน
มู่เหยี่ยกำหมัดแน่น “ซือฝูชิง!”
เหตุที่เขาต้องหล่นไปอยู่ห้องเอฟก็ไม่ใช่เพราะซือฝูชิงจงใจแกล้งเขาหรอกเหรอ
เซี่ยอวี้แบกเบสขึ้นไหล่ หัวเราะเสียงเบา “จากห้องเอหล่นไปอยู่ห้องเอฟคงต้องพยายามมากหน่อย”
ใบหน้าของมู่เหยี่ยยิ่งแดงก่ำ
เขาไม่กล้าใช้ไม้แข็งกับเซี่ยอวี้สักเท่าไร
ปกติกลุ่มแฟนคลับของเซี่ยอวี้จะอ่อนโยนมากๆ
แต่ทันทีที่เกี