เลยว่าคงได้แต่มองแล้วงานนี้
ใครจะรู้ว่าจู่ๆ จะมีคนขับรถคันนี้มารับซือฝูชิง
ใครกัน
คุณชายผู้ร่ำรวยรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว เขาอายมาก “คุณเสียนอวี้ รถคันนั้นมันยังไงกันครับ”
อวี้เย่าเองก็หันมาด้วย
สีหน้าของจั่วเสียนอวี้ยามเผชิญหน้ากับอวี้เย่าอ่อนโยนขึ้นมาก เธอพยักหน้า “เมื่อสองวันก่อนก็มีรถมารับเธอ น่าจะเป็นคนในวงการบันเทิงล่ะมั้ง”
คนที่อยู่ตรงนั้นล้วนแต่เป็นคนฉลาด พวกเขาจึงเข้าใจความหมายแฝงของประโยคนี้ได้ในทันที
ซือฝูชิงไม่มีอำนาจ ไม่มีบารมี ไม่มีเงิน เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเป็นคนซื้อรถคันนั้นเองอย่างแน่นอน
คงจะมีเสี่ยเลี้ยงหลายคน มั่วได้ใจจริงๆ
พออวี้เย่าได้ยินจั่วเสียนอวี้พูดอย่างนั้น ความรู้สึกหดหู่ใจที่อธิบายไม่ได้ของเขาก็หายไปทันที
เขาละสายตาแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไปกันเถอะ”
ซือฝูชิงทำตัวตกต่ำเองไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
…
บนรถ
“วันนี้ขับรถได้เข้าท่าทีเดียว” ซือฝูชิงปรบมือ “ซานซาน ทำได้ดี”
มือของเฟิ่งซานที่กุมพวงมาลัยสั่นขึ้นมาทันที เขาน้อมรับคำชมที่ขัดต่อมโนธรรมของเขา “คุณซือก็พูดเกินไป”
ถนนช่วงนี้แคบเกินไป เดิมทีเขาวางแผนที่จะไปกลับรถข้างหน้า แต่เขาได้ยินพี่เก้าพูดขึ้นมาคำหนึ่ง…
เร็