น.….”
เฟิ่งซานมองอวี้ซีเหิงผ่านกระจกมองหลังโดยสัญชาตญาณ
อวี้ซีเหิงเอ่ยปาก “หยุด”
เฟิ่งซานพลันหยุดรถทันที
ก่อนที่เขาจะทันได้ถามซือฝูชิงว่าเธอกำลังจะทำอะไร เขาก็เห็นเธอลงจากรถอย่างร่าเริง แล้ววิ่งข้ามถนนเพื่อไปซื้อถังหูลู่[1]ไม้หนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่รถ
อวี้ซีเหิงรู้สึกจนใจขึ้นมาเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เขาถอนใจเบาๆ “อย่าทำหกใส่เสื้อผ้าละ”
“ไม่หรอกน่า” ซือฝูชิงกัดพุทราป่าเข้าไปคำหนึ่ง “ถ้าสกปรกฉันค่อยซัก รับรองว่าสะอาดแน่นอน”
อวี้ซีเหิงส่งเสียงตอบรับก่อนจะหลับตาแล้วเอนหลังพิงเบาะพักสายตา
ใบหน้าด้านข้างของเขาอาบไล้ไปด้วยแสงแดดสีทองอ่อนๆ ราวกับหยกขาวที่ถูกย้อมด้วยอำพัน
ซือฝูชิงกินไปมองไปด้วยความสนอกสนใจอย่างมาก
เฟิ่งซานรู้สึกสับสนงุนงงเล็กน้อย
คุณซือไม่กลัวพี่เก้า และพี่เก้าของเขาเองก็ดูเหมือนจะตามใจคุณซือมากไปหน่อย
อวี้ซีเหิงไม่ใช่คนช่างพูด เขาหวงคำพูดราวกับกลัวดอกพิกุลทองจะร่วงออกจากปาก
ประโยคที่เฟิ่งซานได้ยินอวี้ซีเหิงพูดกับเขาบ่อยที่สุดตลอดหลายปีมานี้ก็คือ…
นายเป็นบอดี้การ์ดอย่างนี้เองเหรอ
ทุกครั้งที่เขาได้ยินประโยคนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่แม่ของเขาเรียกชื่อเต็มตอนเด็กๆ
เฟิ่งซานไม่สามารถเข้าใ