กล้าบุกเข้าไป ชื่อเสียงของพวกเขาลือลือไปทั่วแดนสวรรค์
หลินเฮาเทียนพยักหน้าแต่ก็ยังไม่วางใจ
หน้าตำหนักเมฆาม่วง เจียงเจี้ยนคุกเข่าอยู่หน้าประตูใหญ่ สีหน้าของเขาร้อนรนยิ่งนัก
เขาเล่าเรื่องราวที่ผิงอันประสบพบเจออย่างรวดเร็ว หวังว่าท่านปู่จะลงมือช่วย
ทว่าเขากลับไม่ได้รับคำตอบจากเจียงฉางเชิง สิ่งนี้ทำให้ใจของเขาจมดิ่งลงในหุบเหว
ตอนนั้นเองประตูบานใหญ่ก็เปิดออก ร่างอ้อนแอ้นร่างหนึ่งเดินออกมา
นางก็คือไป๋ฉีที่แปลงกายแล้วนั่นเอง นางเดินมาตรงหน้าเจียงเจี้ยนแล้วปิดปากหัวเราะคิกคัก
“เอาละ ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว นายท่านลงมือไปตั้งนานแล้ว”
เจียงเจี้ยนสีหน้าไหววูบ เมื่อนึกถึงลมปราณมหาศาลที่สัมผัสได้ก่อนหน้านี้ หรือว่าท่านปู่…
เขารู้สึกราวกับปลดภาระหนักอึ้งลงจากบ่า ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว
ปาดเหงื่อเย็นเฉียบออกจากหน้าผาก ไป๋ฉีบอกว่า “ชอบออกไปฝึกวิชาข้างนอกมันก็ดี แต่ต้องประเมินกำลังตนเองอย่าบุ่มบ่ามด้วยสิ”
“นายท่านตามไปช่วยไม่ทันทุกครั้งหรอกนะ”
รอยยิ้มของเจียงเจี้ยนหดหาย กลายเป็นสีหน้าละอายใจ เขาลุกขึ้นก้มกายคำนับไป๋ฉีแล้วประสานมือเอ่ยว่า
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
“ไปด้วยกันเถิด ข้าจะไปสวรรค์ชั้นเจ็ดพอดี” ไป๋ฉีคลี่ยิ้ม
เจียงเจี้ยนพยักหน้า ทั้งสองคนจึงกระโดดลงจากยอดเมฆาไปพร้อมกัน
ท่ามกลางกระแสเวลาอันปั่นป่วน ผู้เฒ่าตาบอดยังฝืนทนอย่างยากเย็น
เขาเค้นสมองคิดสารพัดวิธีแต่ก็ยังสลายพลังอันน่ากลัวในร่