“ต้นตอมหันตภัยในวันหน้า แม้ผิงอันจะโง่เขลาแต่เขาก็เป็นศิษย์เอกของบิดาเรา”
“มีคุณงามความชอบที่ไม่อาจลืม ต่อต้ามหาจิงและเทียนจิง หากเขาเป็นอะไรไป…”
เจียงจื๋ออวี้พูดไปพลาง พยายามสงบอารมณ์ไปพลาง พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผิงอันเขาก็ตระหนกลนลานขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นคนอนุญาตให้ผิงอันไปเสี่ยงอันตรายเอง
เฉินหลี่เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยว่า “ฝ่าบาท แม้แต่ท่านยังสัมผัสได้ว่าพลังโชคชะตาของเขาหายไปแล้ว”
“มรรคาจารย์จะไม่รู้ได้อย่างไร ในเมื่อมรรคาจารย์ไม่มาสอบถามท่าน ย่อมหมายความว่าเขามีหนทางแก้ไขอยู่แล้ว”
“แดนต้องห้ามโบราณแห่งนั้นอันตรายเกินไป หากบุ่มบ่ามส่งเทพเซียนเข้าไปมากกว่านี้ แดนสวรรค์จะสูญเสียมากขึ้น”
“ทางที่ดีรอให้เจียงเจี้ยนกับหลินเฮาเทียนออกมาก่อนค่อยวางแผนจะดีกว่า”
“บางทีสถานการณ์อาจกลับตาลปัตรจากที่พวกเราคาดคิดก็เป็นได้”
ได้ยินดังนั้นเจียงจื๋ออวี้ก็มีสีหน้าดีขึ้น เขาร้อนใจเกินไปจึงขาดความเยือกเย็นเช่นในอดีต
สาเหตุที่เขาร้อนใจถึงเพียงนี้ก็เพราะว่าผิงอันนั้นพิเศษ
เขาได้ยินมูหลิงลั่วพูดถึงอีกฝ่ายมาตั้งแต่เด็ก นางบอกว่าในหมู่ทายาทรุ่นหลังทั้งหมด
บิดาของเขาใส่ใจผิงอันมากที่สุด เพราะว่าผิงอันไม่มีวันโต
แม้ผิงอันจะไปรบกวนเจียงฉางเชิงน้อยครั้งนัก แต่เจียงจื๋ออวี้ก็จดจำคำพูดของมารดาไว้ในใจอยู่เสมอ
“ไม่ได้ ข้าต้องเดินทางไปด้วยตนเอง”
เจียงจื๋ออวี้ลุกขึ้นยืนแล้วหายตัวไปจากตำหนักเหนือ