ทามกลางหมู่เขา หลินเฮาเทียนชะเง้อมองไปรอบด้าน
ทั่วทั้งพงไพรและขุนเขามีแต่ลมฝุ่นสีโลหิต บนท้องฟ้ามีลมหมุนขนาดแตกต่างกันอยู่ลูกแล้วลูกเล่า
เขาไล่ตามหลังผู้เฒ่าตาบอดเข้ามาในแดนต้องห้าม แต่แล้วก็คลาดสายตาจากเขา หาไม่เจอว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ใด
ตาเฒ่านั่นหายตัวไปเหมือนผิงอันเมื่อตอนนั้นไม่มีผิด
“บ้าเอ๊ย ที่นี่มันสถานที่บัดซบอะไรกันแน่”
หลินเฮาเทียนหัวใจร้อนเป็นไฟ เขาก่นด่าอย่างเกรี้ยวกราด
เท้าขวากระทืบพื้น ระเบิดลมปราณซัดออกไปทั่วทุกสารทิศ
มันกระแทกขุนเขาทั้งหมดที่อยู่รอบด้าน กับกระแสลมหมุนที่เคลื่อนเป็นวังน้ำวนบนท้องฟ้าจนบิดเบี้ยว
แต่ก็ไมอาจทำลายพวกมันได้ เขาพยายามสงบอารมณ์ สังเกตหาจุดที่ผิดปกติรอบด้านอย่างถี่ถ้วน
ผ่านไปครู่หนึ่งเงารางกลุ่มหนึ่งก็เหาะมาอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่นำหน้ามาคือมหาจอมทัพตี้ชางแห่งแดนสวรรค์ ด้านหลังมีแม่ทัพสวรรค์กับดาราเทพตามมาด้วย
พวกเขามาหยุดยืนหน้าหลินเฮาเทียนอย่างรวดเร็วแล้วสอบถามสถานการณ์
หลินเฮาเทียนไม่ปิดบังสิ่งใดทั้งสิ้น ตี้ชางฟังจบก็ขมวดคิ้วจนเป็นปม
หลังจากนั้นก็สั่งการให้เทพเซียนทั้งหลายกระจายกันออกไปสำรวจให้ละเอียด
“ไม่ต้องกังวล มหาเทพเฉินไปหาฝ่าบาทแล้ว ฝ่าบาทจะต้องไปหามรรคาจารย์แน่”
ตี้ชางเอ่ยปลอบเขา เขาชื่นชมพวกหลินเฮาเทียนทั้งสามคนยิ่งนัก
นับตั้งแต่ประตูหมื่นโลกปรากฏ ทั้งสามคนก็สร้างความดีความชอบให้แดนสวรรคนับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ว่าสถานที่อันตรายเพียงใดพวกเขาก็