ทั้งห้าคน” เสิ่นซิงอวิ๋นพยักหน้า “ต่อจากนี้จะบอกข้อควรระวังในรายละเอียดงาน ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม”
ซือฝูชิงยกมือขึ้นราวกับเป็นนักเรียนดีเด่นผู้ฉลาดเฉลียวที่ขี้สงสัยคนหนึ่ง “ฉันมีคำถามค่ะ”
เสิ่นซิงอวิ๋นประหลาดใจไม่น้อย “ว่ามา”
“พวกคุณต้องการจ้างบอดี้การ์ดห้าคนใช่ไหม” ซือฝูชิงพูดตามเหตุและผล “ถ้าฉันคนเดียวทำงานเทียบเท่ากับคนห้าคนได้ เงินเดือนก็จะเพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่าใช่ไหมคะ”
พอได้ยินประโยคนี้จากเธอ คนอื่นๆ ก็ “…?”
เสิ่นซิงอวิ๋นเองก็รู้สึกเหนือความคาดหมายจนสำลักน้ำลาย “อะไรนะ”
“นี่ไม่ใช่ว่า…” เขายังพูดไม่ทันจบ คิ้วทรงสวยของอวี้ซีเหิงก็เลิกขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง เอ่ยเสียงดังมาจากด้านบน “จะว่าเช่นนั้นก็ได้”
พอเขาเปิดปากพูดแบบนั้น เสิ่นซิงอวิ๋นเลยไม่ได้คัดค้านอะไร
“โอเค แบบนั้นแค่ฉันคนเดียวก็พอแล้ว” ซือฝูชิงมองไปทางชั้นสองแวบหนึ่งก่อนเริ่มวอร์มร่างกาย “ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันคนเดียวทำงานของคนห้าคนได้”
ขณะที่พูด เธอก็กระดิกนิ้วเรียกพวกเขาสี่คนที่เหลือไปด้วย “พี่ใหญ่ทั้งหลาย ช่วยให้เกียรติลุยมาพร้อมกันเลยได้ไหม”
ชายร่างสูงกำยำทั้งสี่ “…”
หลังจากผ่านไปสามนาที ชายร่างสูงกำยำทั้งสี่ก็ล้มลงกับพื้นด้วยท