ินเช่นนั้นก็ผ่อนลมหายใจ
ต่อสู้ระยะปะชิดเก่งขนาดนั้น ถ้าใช้ปืนเป็นอีก แบบนี้คนอื่นจะทำมาหากินอะไรได้อีก
“อืม” อวี้ซีเหิงขานทีหนึ่งแล้วเอ่ยเรียก “มานี่”
ซือฝูชิงก้าวขึ้นไปข้างหน้า “ทำไมเหรอ”
อวี้ซีเหิงกวาดตาขึ้นลงมองเธอแวบหนึ่งแล้วพยักหน้าออกคำสั่ง “เตรียมเสื้อผ้าสักสองสามชุดก่อน เอาไซส์เอสก็แล้วกัน”
ที่แท้ก็จะให้เสื้อผ้าเธอนี่เอง
ซือฝูชิงมองเสื้อยืดที่ซักจนขาวซีดบนร่าง พลันรู้สึกปวดใจ คิดแค่อยากจะวาดวงกลมลงไปบนนั้น
เธอขัดสนมากจริงๆ
เฟิ่งซานพลันนึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
ตอนที่ซือฝูชิงผ่านการสัมภาษณ์ เอกสารของเธอก็มาอยู่ในมือของอวี้ซีเหิงเป็นที่เรียบร้อย
เขาเองก็รู้ว่าซือฝูชิงเป็นเด็กที่ถูกท่านผู้เฒ่าจั่วเก็บมาเลี้ยง ตอนนี้ท่านผู้เฒ่าจั่วจากไปแล้ว เธอย่อมไร้ที่พักพิง
“ไม่ได้!” ทันใดนั้นซือฝูชิงก็ชี้มาที่ตัวเอง “ฉันใส่ไซส์เอ็ม ไซส์เอสกระดุมปริ”
เฟิ่งซานชาวาบไปทั้งหน้าพลางมองเธออย่างตกใจ
ซือฝูชิงคนนี้กล้าพูดทุกเรื่องขนาดนี้เลยเหรอ
ทว่าอวี้ซีเหิงกลับสีหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนราวกับชินชามานานแล้วอย่างไรอย่างนั้น เขาออกปากสั่งด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ “เปลี่ยนเป็นไซส์เอ็ม”
เฟิ่งซานคิดในใจ ตนยังจิตใจมั่นคงไม่มา