“ซือฝูชิง!” จั่วเทียนเฟิงตะคอกใส่อย่างโมโห “ท่าทางของเธอที่แสดงใส่คุณน้าเมื่อวาน ฉันยังไม่ถือสาอะไรเธอ แต่วันนี้ยังกล้าทำอีก เธอคิดจะต่อต้านจริงๆ ใช่ไหม!”
จั่วฉิงหย่าหยุดร่ำไห้พร้อมจ้องซือฝูชิงด้วยท่าทีเรียบนิ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่งถึงระเบิดอารมณ์ใส่ “เอาสิซือฝูชิง ตอนที่คุณปู่อยู่เธอแสร้งทำเป็นเด็กน้อยน่ารักว่าง่าย แต่พอคุณปู่ไม่อยู่กลับแสดงธาตุแท้ออกมา เธอนี่เสแสร้งเก่งจริงๆ!”
ถ้าคุณปู่รู้ว่าซือฝูชิงนิสัยแบบนี้จะยังรักอยู่อีกไหม
“ใช่แล้ว” ซือฝูชิงปรบมือ “ช่างเป็นเหตุผลที่ดีจริงๆ ขอบคุณนะ”
เธอกำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะหาคำไหนมาแก้ต่างว่าทำไมถึงนิสัยเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
ดีมาก เป็นเพราะเมื่อก่อนเธอมัวแต่เสแสร้งนั่นเอง
“อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง” จั่วเทียนเฟิงโมโหมากกว่าเดิม “เอาของในกระเป๋าออกมา!”
ซือฝูชิงเหวี่ยงกระเป๋าในมือพลางอมยิ้มเล่นหูเล่นตา “เก่งนักก็มาเอาเองสิ”
เธอเดินออกจากประตูไปด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อยราวกับอยู่ในช่วงเช้าตรู่
จั่วเทียนเฟิงโมโหจนเขวี้ยงแก้วใบหนึ่งในมือทิ้ง
“พ่อ!” จั่วฉิงหย่าเริ่มร้องไห้อีกครั้ง “เมื่อกี้ยัยนั่นเพิ่งทำแบบนั้นกับหนูแต่พ่อกลับไม่สนใจ ตกลงใครเป็นลูกสาวของพ่อก