เดิมทีพื้นที่ภายในรถก็แคบมากอยู่แล้ว
เวลานี้พอเพิ่มมาอีกคนก็ยิ่งทำให้คับแคบมากกว่าเดิม
อุณหภูมิภายในรถค่อยๆ สูงขึ้น
เมื่ออยู่ใกล้กัน กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งคละคลุ้ง ทว่าบนร่างของชายคนนั้นกลับไร้ร่องรอยบาดแผล
ซือฝูชิงจับจ้องเขาด้วยท่าทีสนใจพลางเงี่ยหูฟัง จากนั้นก็จับเสียงฝีเท้าโกลาหลที่เดินตามกันมาเป็นพรวนได้อย่างชัดเจน รวมถึงเสียงปืนที่ปะปนมาด้วย
ผู้ชายคนนั้นถึงเปิดปากพูด “แม่นาง ฉันขอหลบอยู่ตรงนี้สักครู่แล้วกัน”
น้ำเสียงของเขาค่อนทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกราวกับเสียงของหุ่นยนต์ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้ใครจำได้เลยจงใจดัดเสียง
แต่โทนเสียงกลับแฝงความสุขุมก้องกังวานอย่างในเวลาปกติไว้ ปลายเสียงที่กดทับแฝงความเยือกเย็นไว้ด้วย ซึ่งเป็นความดุดันโหดเหี้ยมที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก
ซือฝูชิงหันไปมองใบหน้าของเขาอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ
หวาดระแวงจนกระทั่งดัดเสียงเช่นนี้ ใบหน้าก็คงถูกปกปิดไว้เช่นกัน
“ได้สิ แต่เอาเงินมา” เธอใช้มือสางผมราวกับจิ้งจอกน้อยจอมเกียจคร้านตัวหนึ่งกำลังสะบัดขนของตนเอง หางตาโค้งลง พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าเงินมา ทุกอย่างก็พูดง่าย”
ชายคนนั้นชะงักไป “ได้”
ไม่รู้ว่าชายคนนั้นเอาป้ายหยกมาจากที่ไหนก