ยังเบื้องล่างเช่นนี้ ช่างเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต!
“ลูเยี่ย ในเมื่อเจ้ายังไม่จากไป เหตุใดไม่ลงมาสนทนากันหน่อยเล่า?” นักพรตพิการเอ่ยปากขึ้น เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงคิดจะหยั่งเชิงเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อน
ลูเยี่ยก้าวเหยียบอากาศว่างเปล่าเดินลงมาจากท้องฟ้า ภาพนี้ทำให้บรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ในที่นั้นเริ่มกระสับกระสาย อยากจะเคลื่อนไหว นักพรตพิการพลันเกิดความระแวดระวังในใจแล้วเอ่ย
“ที่พวกเราต้องการรั้งตัวเจ้าไว้ ก็เพียงเพื่อหวังจะทำลายพลังผนึกของเตาหลอมแห่งภัยพิบัติ หากเจ้าเต็มใจช่วยเหลือ พวกเราย่อมจะปฏิบัติกับเจ้าเยี่ยงแขกผู้มีเกียรติ”
ลูเยี่ยหยุดยืนอยู่กลางห้วงอากาศ พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เลิกพูดเถอะ พวกเจ้ารวมมือกันโจมตีข้าแล้วสังหารข้าเสียเลยดีกว่า”
นักพรตพิการขมวดคิ้ว ชั่วขณะนั้นเขาไม่อาจคาดเดาได้ว่าลูเยี่ยต้องการทำอะไรกันแน่
“เจ้าคิดว่าพวกเราไม่กล้าอย่างนั้นหรือ?” เต่าเฒ่าที่มีร่างกายมหึมาประดุจขุนเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ตูม!
สิ้นเสียงนั้น เหนือศีรษะของลูเยี่ยพลันปรากฏเปลวเพลิงสีแดงฉานก่อตัวเป็นตาข่ายยักษ์คลุมลงมา ลูเยี่ยยืนนิ่งอยู่กลางอากาศไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นมีลำแสงหายนะสายหนึ่งตกลงมาจากท้องฟ้า พุ่งทะลวงตาข่ายเปลวเพลิงนั้นแตกกระจาย
“ดี! กล้าหาญนัก เช่นนั้นข้าก็จะลงมือกับเจ้าก่อนเป็นคนแรก!” ลูเยี่ยกล่าวชมด้วยความพึง