เมื่อเจ้าโดดเด่นเพียงพอ แม้แต่กฎเกณฑ์ที่มหาจักรพรรดิตั้งไว้ก็สามารถฝ่าฝืนได้ แม้แต่ความลับที่มิอาจเปิดเผยก็ยังยินยอมบอกแก่เจ้าเป็นกรณีพิเศษ
นี่คือสิ่งที่ลูเยี่ยสัมผัสได้ในยามนี้ และสายตาอันเร่าร้อนของเหยาเวยทำให้ลูเยี่ยถึงกับสงสัยว่า ต่อให้เขาจะยื่นข้อเสนอที่เกินเลยไปกว่านี้ อีกฝ่ายก็คงจะตอบตกลงโดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ลูเยี่ยก็ยังปฏิเสธการล่อลวงต่าง ๆ เหล่านี้
“ท่านผู้อาวุโส เรื่องเช่นนี้ไม่อาจฝืนใจได้”
ลูเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เหยาเวยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ติดกันหลายครั้ง สงบจิตใจที่ว้าวุ่นและผิดหวังเอาไว้ ทั้งยังต้องกดข่มความคิดที่จะชิงตัวเขาไว้ด้วยกำลังเอาไว้ในใจ นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
“ในตอนแรก ข้าเห็นว่าพลังบำเพ็ญของเจ้านั้นอ่อนแอเกินไป เพราะ ‘ผู้พิทักษ์วิถี’ ของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ มิได้ปกป้องเพียงแค่การสืบทอดเชื้อไฟเท่านั้น แต่ยังมี…”
ลูเยี่ยสงสัย
“ยังมีอะไรอีกหรือ?”
เหยาเวยตอบอย่างเคร่งขรึม
“ยังต้องปกป้องอาจื่อด้วย!”
ลูเยี่ย “…”
เหยาเวยเอ่ย
“มาถึงขั้นนี้แล้วข้าก็จะขอไม่ปิดบังเจ้า เดิมทีองค์จักรพรรดิจัดเตรียมบททดสอบและวาสนาเหล่านี้ไว้ จุดประสงค์สุดท้ายก็คือเพื่อเลือก ‘ผู้พิทักษ์วิถี’ ที่สามารถปกปองอาจื่อได้นั่นเอง! ผู้พิทักษ์วิถีเช่นนี้ย่อมต้องมีความแข็งแกร่งเพียงพอจึงจะใช้ได้ ส่วนเรื่องการสืบทอดเชื้อไฟ ตราบใดที่อาจื่อยังมีชีวิตอยู่ การสืบทอด