ของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุก็จะไม่มีวันสิ้นสุด!”
ลูเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า
“แม้ว่าข้าจะไม่ใช่ผู้พิทักษ์วิถี แต่หากอาจื่อพบอันตราย ข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้เกิดเรื่องแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เหยาเวยรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก นางสังเกตเห็นว่าลูเยี่ยมีท่าทีเด็ดเดี่ยวไม่สามารถบังคับได้เลย
“ข้าขอถามเหตุผลได้หรือไม่?”
เหยาเวยรู้สึกงุนงงมาก
ลูเยี่ยเอ่ยประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง
“ไม่ใช่สิ่งที่ข้าปรารถนา มิอาจฝืนใจได้”
เหยาเวยถอนหายใจยาว
“ช่างเถิด ข้าจะไม่บังคับอีกต่อไป”
นางพลิกฝ่ามือขึ้น ปรากฏแผ่นหยกสีทองเจิดจ้าขึ้นมาหนึ่งชิ้น
“นี่คือ ‘แผ่นหยกสืบทอด’ ของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ องค์จักรพรรดิเป็นผู้หลอมขึ้นด้วยตนเอง ภายในบันทึกคัมภีร์วิถีทั้งห้าที่เป็นเสาหลักของวิหารจักรพรรดิเบญจธาตุ และวิชาสืบทอดระดับสูงสุดอีกเก้าวิชา ทว่าภายในแผ่นหยกนั้นกลับไม่มีการสืบทอดมหาวิถีขององค์จักรพรรดิ ไม่ใช่เพราะหวงแหน แต่เพราะการสืบทอดขององค์จักรพรรดินั้นจำเป็นต้องมีพรสวรรค์แห่งสายเลือดเดียวกับท่านจึงจะฝึกฝนได้ ตามกฎขององค์จักรพรรดิ เดิมทีมีเพียงผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์วิถีเท่านั้นจึงจะได้รับแผ่นหยกสืบทอดชิ้นนี้ไป ทว่า…”
เหยาเวยเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“ในเมื่อเจ้าและอาจื่อเป็นสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา การมอบสิ่งนี้ให้แก่เจ้าก็มิได้นับว่าเกินเลยแต่อย่างใด”
ลูเยี่ยตกตะลึง ขนาดตำแหน่ง ‘ผู้พิทักษ์วิถี’ ยังไม่บังคับให้เป็