ดสิ้นสุดของบันไดสวรรค์นี้ เพื่อไปดูว่าวิหารอันลึกลับที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหุ่นตุนนั้น ซ่อนความลับไว้มากมายเพียงใด”
ลูเยี่ยถอนสายตากลับมา เขาเหยียบย่างไปบนเงาดาบแห่งวิถีนั่นแล้วจากไป
หน้าประตูใหญ่วิหาร ลูเยี่ยที่นั่งสมาธิขัดสมาธิค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำจิตให้สงบเพื่อรับรู้การเปลี่ยนแปลงของพลังบำเพ็ญและมหาวิถีในร่าง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน
“เจ้าต้องการพิจารณาเรื่องการเป็นผู้พิทักษ์วิถีอีกครั้งหรือไม่?”
ลูเยี่ยเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหญิงสาวในชุดขนนกนามว่าเหยาเวยกำลังจ้องมองเขาอยู่ ดวงตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ไม่ปิดบัง สายตานั้นร้อนแรงราวกับจะสามารถหลอมละลายคนได้ ลูเยี่ยพลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขารู้สึกราวกับกำลังถูกพี่สาวตัณหากลับจ้องจะงับอย่างไรอย่างนั้น
ลูเยี่ยกระแอมไอออกมาทีหนึ่ง พลางกล่าวว่า
“ท่านผู้อาวุโส เหตุใดท่านจึงจ้องข้าเช่นนี้ ทำให้ข้ารู้สึกกระดากใจอย่างบอกไม่ถูกเลย”
เหยาเวยตะลึงไปเล็กน้อย พยายามระงับความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนในใจ ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า
“หากเจ้ายอมตกลง ข้าขอสัญญาว่าจะทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อปูทางให้กับเส้นทางการฝึกฝนของเจ้าในอนาคต! เจ้าอยากรู้อะไรข้าก็สามารถบอกเจ้าได้ทุกอย่าง! เป็นอย่างไร?”
กล่าวพลางดวงตาของเหยาเวยก็เปล่งประกายร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ราวกับอยากจะกลืนกินลูเยี่ยทั้งเป็นเลยทีเดียว ลูเยี่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ห