ญิงสาวผู้นี้เป็นอะไรไปกันแน่? ไฉนถึงได้ดูไม่สำรวมเลยสักนิด! ความสง่างามเย่อหยิ่งที่เคยมีหายไปไหนหมด?
สิ่งที่ลูเยี่ยไม่รู้ก็คือ การที่เหยาเวยได้เห็นพลังบำเพ็ญในร่างของเขาและการเปลี่ยนแปลงกลิ่นอายของมหาวิถีในตัวเขา ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับร่างกายและจิตใจของนางไปแล้ว ทำให้ความเข้าใจเดิมทั้งหมดของนางถูกพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ!
ตอนนี้นางมีความคิดเพียงอย่างเดียว นั่นคือต้องรั้งลูเยี่ยไว้ให้ได้เพื่อให้เป็นผู้พิทักษ์วิถี ขุมสมบัติเช่นนี้ช่างหาได้ยากยิ่งในรอบพันปี ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน! เหยาเวยรู้ดีว่าหาก ‘องค์จักรพรรดิ’ ยังอยู่ ท่านจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรับลูเยี่ยเป็นศิษย์ปิดสำนักแน่นอน อะไรที่ว่าพลังบำเพ็ญอ่อนแอหรือเส้นทางในอนาคตจะเต็มไปด้วยอันตรายและความเสี่ยงนะหรือ? ล้วนไม่ใช่ปัญหา!
ลูเยี่ยตกอยู่ในความเงียบ ถึงแม้เขาจะโง่เพียงใดก็ยังตระหนักได้ว่า การเปลี่ยนแปลงท่าทีของเหยาเวยนั้นมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของพลังบำเพ็ญในร่างของตน
“หากเจ้ามีเงื่อนไขใด สามารถเสนอมาได้ทั้งหมด ตราบใดที่ข้าทำได้ข้ารับรองว่าจะไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย!”
ราวกับกลัวว่าลูเยี่ยจะปฏิเสธ ท่าทีของเหยาเวยก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบจะเป็นการอ้อนวอน ถึงขั้นดูต่ำต้อยลงเลยทีเดียว!
ลูเยี่ยนวดหว่างคิ้วของตน กล่าวว่า
“ท่านผู้อาวุโสมีเมตตาถึงเพียงนี้ ทำให้ข้าลำบากใจยิ่งนัก”
เหยาเวยสูดลมหายใจเข้าล