่าหลังจากเฝ้ารอมาหมื่นปี จะได้พบกับผู้มีวาสนาที่เก่งกาจพอจะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของ ‘ท่านจักรพรรดิ’ บรรลุผล นึกไม่ถึงเลยว่า…”
หญิงสาวในชุดขนนกยังเอ่ยไม่จบ แต่ความหมายก็ชัดเจนยิ่งนัก นั่นคือนางไม่เชื่อมั่นในลูเยี่ยผู้เป็น ‘ผู้มีวาสนา’ คนนี้เลยสักนิด
ลูเยี่ยกล่าวว่า
“ในเมื่อมาถึงแล้ว เหตุใดไม่ให้ข้าลองดูสักหน่อยเล่า?”
หญิงสาวในชุดขนนกย้อนถามว่า
“เจ้าได้หินห้าธาตุมาได้อย่างไร?”
ลูเยี่ยรู้สึกสะดุดใจจึงตอบว่า
“ได้มาจากท่านผู้พิทักษ์สุสาน”
“เป็นนางนี่เอง…”
หญิงสาวในชุดขนนกพึมพำเบา ๆ ลูเยี่ยลอบคิดในใจ เป็นไปตามคาด หญิงสาวในชุดขนนกผู้นี้รู้จักผู้พิทักษ์สุสาน ไม่แปลกที่ผู้พิทักษ์สุสานจะเข้าใจเนินจักรพรรดิเบญจธาตุอย่างถ่องแท้ถึงเพียงนี้!
“ด้วยความสามารถของนาง การจะคัดเลือกผู้มีวาสนาที่เก่งกาจเพื่อหินห้าธาตุย่อมไม่ใช่เรื่องยากเลย”
หญิงสาวในชุดขนนกมีท่าทางสงสัย
“แต่เหตุใดจึงเลือกเจ้าโดยเฉพาะเล่า?”
ลูเยี่ย “…”
นี่นางผิดหวังในตัวเขาขนาดไหนกัน ถึงได้พร่ำบ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้?
“ไม่ทราบว่าท่านคือใคร?”
ลูเยี่ยเริ่มรู้สึกเคืองอยู่ในใจบ้างแล้ว หญิงสาวในชุดขนนกกล่าวว่า
“หากเจ้ามีโอกาสก้าวขึ้นบันไดหินมาถึงตรงหน้าข้า ข้าย่อมจะบอกเจ้าเอง”
ลูเยี่ยเปล่งเสียงรับคำ เขาจะฟังไม่ออกได้อย่างไร หากทำไม่สำเร็จ แม้แต่คุณสมบัติที่จะรู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใครก็ยังไม่มี? หญิงสาวคนนี้ช่างหยิ่งยโสเหลือเกิน! อย่างไรก็