มมือกับผู้พิทักษ์สุสานจริงๆ ข้าก็ยอมเสี่ยงร่วมมือด้วยเช่นกัน!”
เขารีบออกเดินทางอย่างเร่งรีบ
“บัดซบ! พยัคฆ์ขาวเจ้าขุนเขามีนิสัยเย่อหยิ่งถึงเพียงนั้นยังยอมก้มหัวขอร่วมมือได้ ทำไมข้าจะทำไม่ได้?”
สายตาของบรรพชนวัวขาวเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง ในที่สุดก็กัดฟันแน่น ตัดสินใจทำเลย!
“ไก่ห้าสีรอข้าด้วย! พวกเราไปด้วยกัน!”
บรรพชนวัวขาวเร่งฝีเท้าวิ่งตะบึงตามไป
เนินจักรพรรดิเบญจธาตุเป็นดินแดนลับที่แปลกประหลาดและลึกลับยิ่งนัก ท้องฟ้าที่นี่เต็มไปด้วยรอยแยกแห่งมิติกาลเวลาตัดกันไปมาหนาแน่นเต็มไปหมด มองไปทางไหนก็เห็นท้องฟ้าที่ดูเหมือนกำลังจะแตกสลายเต็มที ส่วนบนพื้นดินนั้นไม่มีหญ้าขึ้นแม้เพียงต้นเดียว ช่างรกร้างว่างเปล่ายิ่งนัก มีเพียงวิหารโดดเดี่ยวหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนผืนดิน วิหารหลังนั้นสร้างขึ้นจากหินก้อนยักษ์ แผ่ซ่านพลังลมปราณอันเก่าแก่และหนักอึ้ง ประตูวิหารปิดสนิท มีบันไดหินทอดยาวขึ้นไปทีละขั้น
ลูเยี่ยและอาจื่อยืนอยู่บริเวณบันไดขั้นล่างสุด
นี่คือเนินจักรพรรดิเบญจธาตุหรือ? สุสานฉลองพระองค์ของมหาจักรพรรดิเผ่าปีศาจท่านนั้น?
ลูเยี่ยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทว่าไม่พบอันตรายใด ๆ
“ท่านใต้เท้า ช่างประหลาดแท้ เมื่อข้ามาถึงที่นี่ ข้ากลับรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน!”
อาจื่อแสดงสีหน้างุนงงและตกตะลึง
“ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้สึกนี้ยังรุนแรงยิ่งนัก!”
กลับบ้าน?
ลูเยี่ยรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องหนึ่