งผู้พิทักษ์สุสานก็เริ่มซีดขาวลงทีละน้อย
“ใกล้ถึงแล้ว รอให้ข้าส่งพวกเจ้าเข้าไปในเนินจักรพรรดิเบญจธาตุแล้ว ข้าก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก”
ผู้พิทักษ์สุสานเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อีกาหัวขาวเงียบขรึมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเพียงจ้องมองศัตรูที่ไล่ล่าอยู่เบื้องหลังอย่างแน่วแน่ ในดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ลูเยี่ยเอื้อมมือไปลูบศีรษะของอีกาหัวขาวเบา ๆ
“วางใจเถอะ พวกเราจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”
ตูม!
เหล่าศัตรูลงมืออีกครั้ง พวกมันเรียกสมบัติล้ำค่าออกมา ทำให้บัลลังก์ดอกบัวทมิฬสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ผู้พิทักษ์สุสานไม่สนใจ นางทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อหลบหนีอย่างสุดชีวิต
ไม่นานหลังจากนั้น ท่ามกลางฟ้าดินอันมืดมิดเบื้องหน้า ก็ปรากฏแสงสีอันงดงามวิจิตรราวกับความฝันสายหนึ่ง โดดเด่นสะดุดตา
เมื่อมองอย่างละเอียด นั่นคือละอองแสงแห่งมิติกาลเวลาที่โปรยปรายลงมา!
ณ จุดที่ละอองแสงโปรยปราย ห้วงอากาศบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นรอยแยกมิติขนาดมหึมา เงารางของเนินเขาลูกหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางรอยแยกนั้น ถูกปกคลุมด้วยละอองแสงแห่งมิติกาลเวลาอันงดงาม
เนินจักรพรรดิเบญจธาตุ!
หลังจากผ่านพ้นไปนับหมื่นปี ในที่สุดมันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งท่ามกลางโลกมืดมิดในส่วนลึกของเขตหวงห้ามแห่งนี้
“อาจื่อ ในกระเป๋าของเจ้ามีหินห้าธาตุอยู่หนึ่งก้อน สิ่งนี้คือกุญแจสำคัญในการเข้าไปยังเนินจักรพรรดิเบญจธาตุ”
ผู้พิทักษ์สุสานส่งเสียงกระแสจิต
“ประเดี๋ยวตอนที่ข้าส