ท่ามกลางฟ้าดินที่มืดมิดและรกร้างนี้เต็มไปด้วยพลังลมปราณแห่งหายนะที่กดดันจิตใจผู้คน เมื่อพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆปรากฏขึ้นทีละสายรอบทิศทาง ยิ่งทำให้รู้สึกใจสั่นมากขึ้น
ในช่วงเวลานั้นลูเยี่ยเกิดความรู้สึกว่ามีอันตรายคุกคามอย่างรุนแรงในใจ เขาสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าเมื่อพลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้น พวกมันทั้งหมดกำลัง ‘จ้องมอง’ มาที่ตนเอง!
อีกาหัวขาวร้องเสียงหลง “ท่านยาย หรือจะเป็นพวกตาแก่นั่น?”
“ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ทั้งคน”
หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่แววตากลับเย็นชาอย่างที่สุด นางกวาดสายตามองไปรอบกายแล้วเอ่ยว่า “พ่ายแพ้แล้วพาลหรือ?”
เสียงแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง
“พ่ายแพ้อะไรกัน การร่วมมือกันครั้งนี้ของพวกเรามิได้มีเป้าหมายที่เนินจักรพรรดิเบญจธาตุเลยสักนิด”
ห่างออกไปในความมืด แสงสว่างสีทองพลันปรากฏขึ้น ปักษาดุร้ายสีทองที่มีร่างใหญ่โตทะยานผ่านอากาศเข้ามา
“ถูกต้อง พวกเรามาเพื่อสหายหนูลูเยี่ยต่างหาก”
ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าต้นนั้นก็มาด้วย กิ่งก้านนับหมื่นสายไหวดุจดังโซ่ศักดิ์สิทธิ์สีดำนับไม่ถ้วนที่กำลังโบกสะบัดอยู่
นอกจากนี้ไก่ห้าสี เทพวานรทมิฬ งูยักษ์สีเขียว ราชันวิญญาณที่สวมชุดเกราะเก่าคร่ำคร่า รวมถึงสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวอื่นๆก็ปรากฏตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากพยัคฆ์ขาวที่แบกดาบเลือดแล้ว พวกสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวที่เคยปรากฏตัวแถวเทือกเขาเฉียนเฟิงก็ม