ลูเยียกวาดสายตามองไปยังบรรดาสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวโดยรอบ
เขาตระหนักได้อย่างเฉียบคมว่ายามที่ไก่ห้าสีจงใจเน้นย้ำว่าตัวเองแซ่ลูนั้น แววตาที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมองมายังตนก็แปรเปลี่ยนไปอย่างลึกซึ้ง
ลูเยียตรึกตรองเพียงครู่ก็เข้าใจ
เรื่องนี้ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับวาสนาในเทือกเขาเฉียนเฟิงอย่างแน่นอน!
แม้ว่าตอนนั้นชายในอาภรณ์สีเขียวจะลงมือลบเลือนร่องรอยและความทรงจำทั้งหมดของการต่อสู้ที่เทือกเขาเฉียนเฟิงไปแล้ว แต่ทว่าสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นคงจับตามองเทือกเขาเฉียนเฟิงมาเนินนานมากแล้ว!
หรือจะกล่าวให้ถูกคือพวกเขากำลังจับตามองวาสนาที่ทิ้งไว้ให้พี่ใหญ่ลูเฉียวต่างหาก!
เป็นไปตามคาด มีผูหนึ่งเอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมาโดยตรง
“สวรรค์ส่งสัญญาณสังหาร ดวงดาวเคลื่อนคล้อย แผ่นดินส่งสัญญาณสังหาร มังกรผุดขึ้นจากแผ่นดิน มนุษย์ส่งสัญญาณสังหาร พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน…”
ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าตนนั้นเอ่ยปากว่า “สหายน้อยลู หรือว่าเจ้าก็คือคนผู้นั้น?”
บรรยากาศพลันเคร่งขรึมกดดันขึ้นมาในทันใด
“จำเป็นด้วยหรือที่ต้องพูดเรื่องพวกนี้ออกมา? เดี๋ยวจะทำให้ผู้พิทักษ์สุสานไม่พอใจเอานะ”
ปักษาดุร้ายสีทองนั้นกล่าวว่า “แต่ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ไม่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้อีกต่อไป ข้าก็อยากจะฉวยโอกาสนี้เตือนสหายน้อยลูสักประโยคหนึ่ง”
ลูเยียกล่าวอย่างสงบเยือกเย็น “เชิญท่านกล่าวมาเถิด”
ปักษาดุร้ายสีทองมีแววตาหยั่ง