ลูเยียตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ชิงซวิชิงหมิงเปรียบดังท้องฟ้า มหาวิถีเปรียบดังทึกกว้างใหญ่ ไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว ก็แค่ชื่อเท่านั้น ไม่ใช่แก่นแท้ของวิถีดาบเสียหน่อย”
ชิงซวิ?
ทุกคนมองหน้ากันไปมา เจตจำนงดาบนี้คือสิ่งใดกันแน่?
“ชิงหมิงเปรียบดังท้องฟ้า มหาวิถีเปรียบดังที่กว้างใหญ่”
ไปเสวียนอีพึมพำกับตัวเอง “วันนี้ได้เห็นวิถีดาบเช่นนี้ ต่อให้พ่ายแพ้ในใจข้าก็ยังบังเกิดความยินดียิ่งนัก”
กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินจากไป
“ท่านปู่ ข้าไม่ได้ทำให้ท่านผิดหวัง ตอนนี้ท่านสบายใจได้แล้ว”
ไปเสวียนอีเดินมาถึงข้างกายพยัคฆ์ขาวพร้อมกับเอ่ยปากอย่างยิ้มแย้ม
พยัคฆ์ขาวมีแววตาที่สงบราบเรียบ “ในใจเจ้ามีความสุขก็พอแล้ว”
ไปเสวียนอีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ผ่านความพ่ายแพ้ครั้งนี้กลับทำให้ข้าตระหนักรู้ในเรื่องการฝึกฝนได้กระจ่างแจ้งขึ้น หากไม่มีอะไรผิดพลาดอีกมิช้าคงจะทะลวงผ่านไปได้อีกขั้น”
คำกล่าวนี้นำให้สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวหลายตนถึงกับอึ้งไป ในใจบังเกิดความริษยาที่ไม่อาจกดข่มได้ พยัคฆ์ขาวนี้มีบุญวาสนาอันใดถึงได้มีลูกหลานที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้?
พยัคฆ์ขาวหัวเราะออกมา เงยหน้าขึ้นมองลูเยีย “สหายน้อยลู ขอบใจเจ้ามาก! ในภายภาคหน้าหากเจ้าสงสัยในเรื่องใดบนเส้นทางดาบก็สามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ!”
ลูเยียชะงักไปครู่หนึ่ง นี่กำลังขอบคุณเขาที่เอาชนะไปเสวียนอีอย่างนั้นหรือ?
ฟิ้ว!
ป้ายสลักชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าผู้พิทักษ์สุสา