ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางคอยปกป้องเทือกเขาเฉียนเฟิง
สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ในที่นี้ หากนับตามอาวุโสแล้วยังถือเป็นเพียง ‘รุ่นเยาว์’ ต่อหน้านางเท่านั้น!
คำว่า ‘ไม่เคยพบเจอในชีวิตของนาง’ ย่อมหมายความว่า ในช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมาผู้ฝึกตนทั้งหมดที่นางเคยพบเจอในขอบเขตแท่นทองคำยังไม่มีใครเทียบเท่าลูเยี่ยได้เลย!
คำประเมินเช่นนี้ย่อมมีน้ำหนักที่แตกต่างออกไป
บนสนามประลองไป๋เสวียนอีไม่ได้ปล่อยให้คำวิพากษ์วิจารณ์ภายนอกมาสั่นคลอนตนเอง
เขายังคงมีสีหน้านิ่งสงบ เจตจำนงยังคงแน่วแน่มั่นคงดังเดิม
แม้ว่าก่อนหน้านี้อาจจะถูกกดข่มจนถอยร่นไปถึงเก้าก้าว ทว่าเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ในขณะนี้เขายังคงอยู่ในสภาวะที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ภายในใจของเขากลับไม่สงบเลย
“มาอีก!”
ดวงตาลึกล้ำของลูเยี่ยเปล่งประกายแห่งการต่อสู้ “ข้ามองออกว่าเจ้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มี”
ไป๋เสวียนอีจ้องมองลูเยี่ยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ก็ดี”
ดาบก่อนหน้านี้เป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาสามารถแสดงออกมาได้ภายใต้การกดข่มพลังบำเพ็ญขอบเขตแท่นทองคำ แต่ในฐานะผู้ฝึกดาบจะหลบหนีได้อย่างไร?
สิ่งที่เขาถวิลหาคือหนึ่งความพ่ายแพ้ ไม่ใช่การเอ่ยปากยอมแพ้เองเสียแต่ต้นตู้ม!
การต่อสู้ครั้งใหญ่เริ่มอีกครั้ง เมื่อเทียบกับความดุเดือดครั้งก่อน การปะทะกันครั้งนี้มีรสชาติของความโหดร้ายทารุณมากขึ้น
ไป๋เสวียนอีไม่ออมมืออีกต่อไป ทุ่มเทสุดความส