ดวงตาของหยวนชิงกังเป็นสีแดงฉาน ในส่วนลึกของรูม่านตาปรากฏภาพนิมิตพระจันทร์เสี้ยวสีเลือดอันวิปริต
บนร่างกายที่แหลกเหลวเต็มไปด้วยเลือดของเขาพลันบังเกิดกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่แสนอันตรายสายหนึ่งผุดขึ้นอย่างเงียบเชียบ ปัง!
มือของลูเยียที่จับหยวนชิงกังไว้ถูกสะบัดออก ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วห้านิ้ว
ดวงตาของเขาหรี่ลง สัมผัสได้ถึงพลังลมปราณอันตรายที่อยู่ในร่างของหยวนชิงกัง จึงรีบถอยหลบในทันที
“เข้ามาสิ!”
หยวนชิงกังที่หลุดพ้นจากการพันธนาการแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าสังหารลูเยีย
เงาแสงสีเลือดแผ่ซ่านออกจากร่างของเขา ปรากฏเป็น ‘เงาร่างวานรปีศาจ’ พลังลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวถึงกับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสนามประลองค่ายกลต้องห้าม ตูม!
สนามประลองในค่ายกลต้องห้ามสั่นไหวอย่างรุนแรง
พลังบำเพ็ญบนร่างของหยวนชิงกังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์! ขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์!
เขาสามารถต้านทานการแรงกดทับของค่ายกลต้องห้ามของสนามประลองได้และฟื้นคืนพลังบำเพ็ญที่เคยกลับมา
เมื่อเห็นเช่นนั้นลูเยียกลับสงบนิ่งยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ
ไม่มีความจำเป็นต้องลงมืออีกต่อไป
“สยบ!”
เสียงตวาดแผ่วเบาดังขึ้น
ผู้พิทักษ์สุสานลงมือแล้ว นางเพียงแค่ชี้นิ้วเบาๆ ครั้งเดียว ร่างของหยวนชิงกังถูกกดลงกับพื้นโดยตรง แม้แต่ ‘เงาร่างวานรปีศาจ’ ที่ปรากฏบนร่างถูกกดทับจนมลายหายไป
หยวนชิงกังเปล่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ดวง