เก่าคร่ำคร่าเพียงใดก็ล้วนมีความทรงจำในอดีตฝังอยู่
ลูเยี่ยทำใจทิ้งมันไม่ลงเขาหวังว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดเมื่อภายหลังเขาได้รับท่านอารองกลับมาและตามหาท่านพ่อท่านแม่พบเขาอยากให้พวกท่านได้เห็น ‘ตระกูลลู’ ในอดีต
บนกำแพงเมืองหลังจากส่งคนในตระกูลลูลับตาไปแล้ว
ลูเยี่ยจึงหันกลับมามองเมืองเทียนเหอ
เมืองที่ยิ่งใหญ่ยามนี้เต็มไปด้วยรอยแผลและกลิ่นอายแห่งความตาย
กองกระดูกขาวกระจายอยู่ทั่วเมืองฝูงดูดแรงมากมายนับไม่ถ้วนมากินซากศพ
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งลูเยี่ยก็หยิบพัดขนนกสีเลือดออกมาและที่ข้างกายของเขาพลันปรากฏร่างเงาเสมือนของหลวงจีนชราผู้ซูบผอมรูปหนึ่ง
เสวียนไฉ
หนึ่งในสิบเก้ารอยประทับของบรรพจารย์บรรพจารย์แห่ง ‘วัดพรหมสุทธิ’ สำนักพุทธอันดับหนึ่งของดินแดนหลิงชาง
ทั่วร่างเปี่ยมล้นด้วยพุทธธรรมพลังบำเพ็ญล้วนแตกฉานถึงขั้นสรรค์สร้างฟ้าดิน
“ท่านผู้อาวุโสเสวียนไฉรบกวนท่านแล้ว”
ลูเยี่ยประสานมือคารวะพลางส่งพัดขนนกสีเลือดให้ในหมู่บรรพจารย์ทั้งหมดหลวงจีนชราเสวียนไฉเป็นผู้ที่มีบารมีสูงสุดอารมณ์ดีที่สุดและเป็นที่น่าเคารพนับถือที่สุด
เขามีจิตใจเมตตาดังพระโพธิสัตว์แต่ก็มีวิธีการอันเฉียบขาดราวกับพระวัชระ
“เดินทางให้ปลอดภัยเถิด”
หลวงจีนชราเสวียนไฉพยักหน้าใช้นิ้วแตะลงบนพัดขนนกสีเลือดเบาๆจากนั้นจึงประนมมือสวดภาวนา
พัดขนนกสีเลือดลุกเป็นไฟอย่างรุนแรงดวงวิญญาณล้านดวงปรากฏขึ้นพร้อมกันภายใต้การนำทางของแสงพุทธธรรมอั