มิดของราตรีเช่นเดียวกับเมื่อครั้งยังเยาว์วัยลูเชี่ยวเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีริมฝีปากพลางเอื้อนเอ่ยบทกวีออกมาแผ่วเบา
“ข้าเป็นเพียงเซียนดาบในโลกมนุษย์ เมฆาโอบกอดดาราหนุนจันทราต่างหมอน พลันได้ยินเสียงมังกรสมุทรคำรามจากทะเลบูรพา วางจอกสะบัดแขนเสื้อประกายดาบพลันเยือกเย็น อย่าได้กล่าวว่าชีวิตอันยืนยาวเป็นเพียงภาพลวง หัวเราะซี้ไปยังประตูสวรรค์ว่ากว้างไม่พอ พลิกกลับสาดสายฟ้ามาเป็นจอกสุรา บังอาจหยิบยืมสุริยันจันทรามาหลอมกลั่นเป็นโอสถเซียน”
ในช่วงสามวันต่อมาลูเยี่ยปล่อยวางทุกสิ่งเพื่ออยู่เคียงข้างคนในตระกูลเขาร่วมเล่นสนุกกับเหล่าเด็กๆสอนการฝึกฝนให้แก่คนรุ่นเยาว์รำสุราตกปลาและเดินหมากกับผู้อาวุโสในตระกูล…
ครึ่งปีแล้วที่ลูเยี่ยไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้มานานแล้วเขาต้องเร่งเดินทางและสะสางปัญหาที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนเมื่อได้สงบนิ่งจิตใจของลูเยี่ยจึงได้รับการตกตะกอนในอีกระดับเรื่องภายนอกไม่ต้องสนใจปล่อยให้เป็นไปตามครรลองของฟ้าดิน
ขอเพียงเป็นคนว่างงานสักคราเถิด
มีเพียงแสงจันทร์และสายลมเย็นรื่นห้อยู่คู่บ้านข้าก็พอ
สามวันต่อมาเยว่หนึ่งจือพาผู้คนจากตระกูลลูออกจากเมืองเทียนเหอมุ่งหน้าไปยังสำนักกระบี่เกาสวรรค์ก่อนจะออกเดินทางเฒ่าจ้าวใช้ ‘วิชาย้ายขุนเขา’ เก็บเอาจวนตระกูลลูทั้งหมดติดไปด้วย
นี่เป็นความต้องการของลูเยี่ย
เขาเกิดที่นี่เติบโตที่นี่อิฐทุกก้อนกระเบื้องทุกแผ่นหญ้าทุกใบต้นไม้ทุกต้นแม้จะเป็นสิ่งของ