จากลูเชี่ยวฟังจบจิตใจก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหลังสงครามที่ด่านเทียนหลางจะซ่อนเร้นความจริงที่น่าตกใจและระทึกขวัญไว้มากมายเพียงนี้
“พี่ใหญ่ท่านวางใจเถิดไม่ว่าท่านปู่และคนอื่นๆจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ข้าจะสืบหาความจริงให้ได้”
ลูเยี่ยจิบสุราหนึ่งอึก “นอกจากนี้ข้าจะไปรับตัวท่านอารองกลับมาด้วย”
ลูเชี่ยวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ครึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าอยู่ข้างนอกคงต้องลำบากมามากสินะ”
ลูเยี่ยหัวเราะ “ไม่หรอกขาสบายดีมาก! ท่านอย่าได้กังวลแทนข้าเลย”
เมื่อมองน้องชายที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มลูเชี่ยวกลับรู้สึกไม่สบายใจเลย
ตระกูลลูมีวันนี้ได้เพราะน้องชายคอยเป็นร่มบังแดดฝนให้ในฐานะพี่ชายเขากลับช่วยอะไรไม่ได้มากนักจิตใจจึงย่อมรู้สึกไม่เป็นสุข
แต่ลูเชี่ยวไม่ได้แสดงออกมา
เขาเพียงตบไหล่ลูเยี่ย “ตระกูลลูมีข้าอยู่เจ้าวางใจเถิด”
ลูเยี่ยพยักหน้า
“พานอิงชิว…ตายแล้วหรือ?”
“ตายแล้วตระกูลพานเคยทำสงครามกับตระกูลฉินท่านลุงฉินได้ประหารชีวิตนางและพานอวินเฟิงไปนานแล้ว”
“ท่านลุงฉินดีต่อพวกเราจริงๆ”
“ฮ่าๆถึงอย่างไรเขาก็คือท่านพ่อตาในอนาคตของข้านี่”
“เจ้าก็อายุสิบเจ็ดแล้วคิดจะแต่งงานกับแม่นางจงชิงหลีเมื่อไหร่?”
“ยังเร็วเกินไปนักพี่ใหญ่ท่านยังจำได้หรือไม่ตอนที่พวกเรายังเด็กท่านอารองมักจะร้องเพลงลำนำเที่ยวชมแดนเซียนบ่อยๆได้หรือไม่?”
“แน่นอนว่าจำได้”
พี่น้องสองคนนั่งเคียงข้างกันท่ามกลางความมืด