ะกูลพานถูกทำลายล้างในวันนั้น ทุกคนในตระกูลต่างสิ้นชีพ
ตระกูลเก่าแก่ที่มีประวัติมายาวนานพันปี กินอยู่อย่างหรูหรา มีชื่อเสียงกระเดื่องไปทั่วหล้า กลับต้องพบจุดจบในวันนี้!
ทั่วทั้งเมืองชางโจวสั่นสะเทือนด้วยเรื่องนี้ ก่อให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายนับไม่ถ้วน ยามค่ำคืนโคมไฟเพิ่งจุดสว่าง ตระกูลฉินซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่นับพันปีก็ตั้งอยู่ในเมืองชางโจวเช่นกัน
ฉินอูซางจัดงานเลี้ยงด้วยตัวเองเพื่อต้อนรับลูเยีย มู่เทียนเย่และคนอื่นๆ
“ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลพานข้าจะจัดการให้คนนำส่งไปยังตระกูลลูของพวกเจ้าทั้งหมด”
ในงานเลี้ยงฉินอูซางส่งเสียงกระแสจิตไปถึงลูเยีย
ลูเยียยิ้มและยกจอกสุราขึ้น “ข้าขอคารวะท่านลุงหนึ่งจอก!”
“จอกเดียวจะพอได้อย่างไร ต้องสามจอกสิ!”
ฉินอูซางหัวเราะร่า
เขายิ่งรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้บุตรเขยที่ยอดเยี่ยมไร้เทียมทานให้บุตรสาวอย่างฉินชิงหลี่ได้เช่นนี้
หลังจากดื่มสุราไปสามจอก ฉินอูซางส่งเสียงกระแสจิตว่า “สมัยที่ข้ายังหนุ่ม ตอนที่อยู่กับมารดาของชิงหลี่ ข้าเคยถูกตระกูลอวินแห่งเวยซานดูหมิ่น พวกเขาบังคับให้พวกเราแยกจากกัน น่าเสียดายที่ความสามารถของข้ามีจำกัด ชาตินี้คงยากจะชำระแค้นนี้ได้”
“เด็กน้อย หากภายหน้าไปดินแดนหลิงชางเพื่อตามหาลูเฉียว ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะถูกตระกูลอวินแห่งเวยซานกีดกัน เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าต้องสั่งสอนตระกูลอวินแห่งเวยซานให้หลาบจำแทนข้าด้วย!”
ฉินอูซางชี้นิ้วมาที่จมูก