ข้าเพียงเฝ้ามองความทุกข์ทรมานของเจ้าเท่านั้น”
“เจ้ามาจากลัทธิโบราณหรือ”
เมื่อเอ่ยถึงการค้นความทรงจำ นางก็นึกถึงลัทธิโบราณทันที
“ข้ามาจากวิถีเซียน มันคือวิถีฝึกบำเพ็ญที่เก่าแก่ยิ่งกว่าวิถียุทธ์กับศาสตร์โบราณ
สิ่งที่วิถียุทธ์กับศาสตร์โบราณทำไม่ได้ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะทำได้
หากเจ้ายอมกลับตัวกลับใจ บางทีข้าอาจช่วยให้เจ้ากลับมาเป็นมนุษย์ได้”
น้ำเสียงของเจียงฉางเซิงนิ่งสงบอย่างที่สุด ราวกับเขากำลังเอ่ยเรื่องที่ไม่สลักสำคัญอันใด
มหาจักรพรรดิกะดูกวิญญาณเย้ยหยัน
“เจ้าคิดจะอาศัยคำสัญญาเช่นนี้มากล่อมให้ข้าทำงานให้เจ้าหรือ
เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือว่าเจ้ามั่นใจในตนเองมากเกินไปกันแน่”
สิ้นคำนี้ จู่ๆ นางก็เห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวตรงหน้า เงาที่ว่าก็คือร่างจิตจำแลงเทพ!
ชั่วอึดใจที่เท้าขวาของร่างจิตจำแลงเทพเหยียบย่าง
รอบกายของมันก็แผ่รัศมีแสงเจิดจ้าจากกลิ่นอายอันน่าหวาดกลัวที่ยากจะจินตนาการ
ระเบิดออกมาประหนึ่งน้ำป่าทะลักจากบนภูเขา
เปลวเพลิงในดวงตาของมหาจักรพรรดิกะดูกวิญญาณสั่นไหว หัวใจรู้สึกพรั่นพรึง
วินาทีต่อมา จู่ๆ ร่างจิตจำแลงเทพก็หายไป
เขาไม่ได้จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ถล่มฟ้าดินอันใด เพียงแค่จะขู่มหาจักรพรรดิกะดูกวิญญาณสักหน่อยเท่านั้น
“เมื่อครู่เจ้าคิดว่าเจ้าจะรักษาชีวิตอมตะของตนเองไว้ได้หรือไม่
หากข้าทำให้ตัวเจ้าที่เป็นอมตะตายได้ เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากพลังอมตะไม่ได้หรือ”
เสียงของเจียงฉางเซิงดังขึ้