ม่ถ้วน กลายเป็นกองกระดูกเกลื่อนกลาดไปทั่ว บรรดาผู้ฝึกตนจากจวนที่ว่าการสามกรมใหญ่ รวมถึงอาจารย์และศิษย์ในสำนักศึกษาเทียนเหอก็ล้วนไม่อาจต้านทานได้ ทยอยสิ้นชีวิตไปตามๆ กัน
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? หรือว่าวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว?”
“ปีศาจนี่เป็นฝีมือของปีศาจ!”
“บัดซบ! เหตุใดเรื่องเช่นนี้จึงเกิดขึ้นได้?”
“รีบหนีเร็ว!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นเป็นระยะ ทว่าเมื่อหมอกโลหิตพัดผ่าน เสียงเหล่านั้นก็เงียบหายไปทันควัน
บนพื้นหลงเหลือเพียงกองกระดูกที่กระจัดกระจายเพิ่มขึ้น!
หลังจากสูบกินเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของชาวเมือง หมอกโลหิตเหล่านั้นก็ยิ่งแดงฉานและหนาแน่นขึ้นราวกับกระแสธารที่ไหลบ่าอย่างบ้าคลั่ง
หากมองลงมาจากฟากฟ้าเมืองทั้งเมืองราวกับถูกแช่อยู่ในหมอกสีเลือด
ส่วนชาวเมืองและผู้ฝึกตนต่างล้มตายลงดุจใบไม้ร่วง สูญเสียทั้งชีวิตและเลือดเนื้อ หลงเหลือเพียงโครงร่างที่ไร้วิญญาณ!
เมื่อหมอกโลหิตอันเชี่ยวกราดพุ่งเข้าใส่ตระกูลลู กลับถูกขัดขวางเอาไว้ได้
ค่ายกลขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงสีทองเรืองรองส่งเสียงคำรามคอยปกปักษ์รักษาคนในตระกูลลูไว้ภายใน
“พวกลูกผสมอะไรพวกนี้ เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายคือตระกูลลู แต่กลับเข่นฆ่าราษฎรในเมืองอย่างบ้าคลั่ง ช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!”
จะต้านทานได้อีกนานเท่าใด?
ยากจะบอกได้ คราวนี้ผู้ลงมือคือเทพมารจากนอกอาณาเขต เห็นได้ชัดว่าเตรียมการมาอย่างดี ค่ายกลสังหารที่พวกมันใช้อานุภาพเพียงพอ