งยิ่งนัก!”
นางรู้ดีในใจว่าแม้ไม่มีตนในโลกนี้ก็ไม่มีใครสามารถขวางเส้นทางการก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ของลูเยี่ยได้
เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างมหัศจรรย์เกินไปเหล่าอัจฉริยะเหนือคนทั้งหลายเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาลวนไร้ค่า
ตาเฉียนสุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงดินแดนในโลกมนุษย์ในสายตาของเชียหลิงชิวอัจฉริยะเหนือมนุษย์อย่างลูเยี่ยควรจะไปฝึกฝนที่โลกเบื้องบนดินแดนหลิงชางมากกว่า!
เมื่อคิดได้เช่นนี้เชียหลิงชิวจึงเอ่ยถามว่า “เจ้ามีแผนการในอนาคตอย่างไร?”
ลูเยี่ยตอบอย่างเรียบง่าย “กลับบ้านไปหาครอบครัวก่อนนับตั้งแต่ไปฝึกฝนที่สำนักกระบี่เกาสวรรค์เขาก็ยังไม่เคยกลับบ้านอีกเลย”
เชียหลิงชิวไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
หลังจากพูดคุยเรื่อยเปื่อยกันอีกครู่หนึ่งลูเยี่ยก็ลุกขึ้นบอกลา
“บ้านของนวลนวลน่าจะอยู่ที่โลกเบื้องบนดินแดนหลิงชางนั่นแหละ”
เชียหลิงชิวเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “หากเจ้ามีโอกาสไปฝึกฝนที่ดินแดนหลิงชางบางทีเจ้าอาจจะได้พบกับนาง”
สายตาของเชียหลิงชิวแฝงความหมายลึกซึ้ง “ในบรรดาขุมกำลังโบราณบางแห่งของดินแดนหลิงชางนางมีชื่อเสียงโด่งดังมากการจะตามหานางไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลย”
ลูเยี่ยชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะถามกลับว่า “คนที่มีฐานะอย่างนางเหตุใดจึงมาฝึกฝนในโลกมนุษย์เล่า?”
เชียหลิงชิวส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ข้าเคยสัญญากับนางว่าจะรักษาความลับนี้ภายภาคหน้าหากเจ้าได้พบกับนางเจ้าก็ลองถามนางด้วยตัวเองเถิด”
ลูเยี่ยยิ้ม “ก็ดีเหมือนกัน”
ขณะที่มองส่งลู