ในใจกลางดินแดนลับอย่างองอาจทันที
“เจ้ากับพี่สะใภ้ใหญ่ของข้าในอดีตมีความคล้ายกันอยู่สามส่วน ไม่เสียแรงที่เป็นคนในตระกูลเดียวกัน” ลูเยียเอ่ยอย่างทอดถอนใจ
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากองค์ชายใหญ่เชียงฉางลวี่ สัมผัสได้อยางชัดเจนว่าเชียงฉางลวี่มีชีพจรอ่อนแอและตกอยู่ในอาการหมดสติ
“อิงซิวเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้า ส่วนข้าก็คือนาสาวของอิงซิว นี่แหละคือพรหมลิขิต” พานหลานอวินปรายตามองอย่างงดงามชวนหลงใหล “แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถฝ่าเข้ามาถึงที่นี่ได้เพียงลำพัง นับว่าเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ”
ลูเยียสำรวจพานหลานอวินแล้วกล่าวว่า “ตัวข้าเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคนที่อันตรายที่สุดที่ข้าเจอในคืนนี้จะเป็นเจ้า”
ขันทิเฝิงและเชียงอวินเฮอล้วนเป็นบรรพชนแก่นศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อเทียบกับพานหลานอวินที่อยู่เบื้องหน้า พวกเขากลับด้อยกว่ามากนัก เพราะร่างของหญิงสาวผู้นี้มีพลังลมปราณของเทพมารอันแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
นางอาจปิดบังคนอื่นได้ แต่ไม่มีทางปิดบังลูเยียได้
แต่สิ่งที่ทำให้ลูเยียรู้สึกประหลาดใจคือเมื่อดูจากพลังลมปราณแล้ว พานหลานอวินนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นเผ่ามนุษย์ไม่ใช่เทพมาร
“อันตรายงั้นหรือ?”
แววตาของพานหลานอวินดูมีเลศนัย “ทั้งที่รู้ว่าอันตราย แต่เจ้าก็ยังกล้ามา พิสูจน์ได้ว่าเจ้าไม่ได้มองข้าเป็นภัยคุกคามที่แท้จริงเลย” นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า “ผู้ที่เจ้าเชิญออกมาเมื่อครู่นี้คงจะเป็น