ยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานจากดินแดนหลิงชางกระมัง? น่าเสียดายที่เหลือเพียงรอยประทับของพลังเท่านั้น แม้แต่วิญญาณที่แท้จริงก็ไม่มี”
พานหลานอวินส่ายหน้าเบาๆ ดูเหมือนไม่ได้สนใจนัก
ลูเยียหัวเราะพลางกล่าว “พูดเช่นนี้เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะใช้ไม่ตายแบบนี้อีกหรือ?”
พานหลานอวินกล่าวอย่างสงบนิ่ง “แต่สำหรับข้าแล้ว ต่อให้ตายไปก็ไม่เป็นไร”
ลูเยียขมวดคิ้ว นี่หมายความว่าอย่างไร?
พานหลานอวินค่อยๆ เดินไปที่ริมสระโลหิตมังกรเพลิงแล้วกล่าวว่า “ในบรรดาราชวงศ์เชียงทั้งหมด มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ความลับเบื้องหลังสงครามด่านเทียนหลาง ส่วนที่ว่าท่านอารองลูซิงอีของเจ้าไปอยู่ที่ใด ข้าก็จะรู้ในไม่ช้า”
“แม้แต่ป้ายหยกไร้อักษรสองชิ้นนั้นตอนนี้ก็อยู่ในมือข้าแล้ว ความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้นเจ้าเองก็คงยังไม่รู้แจ้ง”
“หากเจ้าอยากรู้คำตอบเหล่านี้ ก็ควรข่มความคิดที่จะสังหารในใจเอาไว้ อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม”
ขณะที่พูดอยู่นั้น พานหลานอวินก็เดินเข้าไปในสระโลหิตมังกรเพลิงทีละก้าว แช่ร่างกายครึ่งท่อนไว้ในน้ำสระที่ราวกับลาวาหลอมละลาย ราวกับไม่กลัวเลยว่าลูเยียจะฉวยโอกาสนี้ลงมือ
ลูเยียหัวเราะและไม่ได้ปฏิเสธ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่จิตสังหารในใจเขาก็พลุ่งพล่านอยูตลอดเวลา เขาเดินไปที่ขอบสระแล้วก้มมองนาง “ข้ารู้สึกว่าเจ้ากำลังพยายามถ่วงเวลาใช่หรือไม่?”
พานหลานอวินตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าสามารถบอกเจ้าก่อนได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสงครามด่านเทียนหลาง