และสายฝนเป็นต้นกระทั่งถึงการเปลี่ยนแปลงพลังลมปราณของสรรพชีวิตเองก็สามารถถูกมองทะลุได้ทั้งหมด
และแน่นอนว่าย่อมสามารถมองเห็นปราณโชคชะตาบนตัวของมนุษย์ได้เช่นกันเมื่อลูเยี่ยใช้ ‘เนตรแห่งมังกรคบเพลิง’ กวาดมองไปภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็พลันแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
‘ปราณโชคชะตาของแผ่นดิน’ ที่รวบรวมโดยค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนนั้นหนักแน่นยิ่งใหญ่เจิดจ้าไร้ขอบเขตการต่อต้านมันก็เปรียบเสมือนการทำสงครามกับปราณโชคชะตาของแผ่นดินทั่วทั้งตาเฉียนแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอวินเจินเที่ยนปราณโชคชะตาเช่นนี้ก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไปหากจะกล่าวว่า ‘ปราณโชคชะตาของแผ่นดิน’ ของค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนเป็นดังมังกรแท้ยาวหมื่นจั้ง
ภายใต้หมัดเดียวของอวินเจินเที่ยนปราณโชคชะตานับพันจั้งก็ถูกบดขยี้จนแหลกสลาย!
เมื่อชกสามหมัดออกไปไม่เพียงแค่ทำลายค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนแตกกระจายแต่ยังได้ทำลาย ‘ปราณโชคชะตาของแผ่นดิน’ ที่ราชวงศ์เซียงสะสมมาแปดร้อยปีให้พังทลายอย่างสิ้นเชิง!
เมื่อสังเกตเห็นจุดนี้ลูเยี่ยอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดว่าปราณโชคชะตาของแผ่นดินสิ้นไปแล้วตาเฉียนจะเดินหน้าสู่ความเสื่อมถอยและถึงกาลผลัดแผ่นดินใหม่หรือไม่?
ลูเยี่ยไม่ทราบ
และเขาก็ขี้เกียจที่จะคิดพิจารณาเรื่องพวกนี้
เทือกเขาพันมังกรกำลังปั่นป่วนหลังจากที่ค่ายกลโลหิตมังกรเฉียนหยวนถูกทำลายเพียงแค่คลื่นพลังทำลายล้างนั้นก็ทำให้เทือกเขาพันมังกรได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงอาคารโบ