เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวังหลวงได้ถูกส่งข่าวไปยังเทือกเขาพันมังกรในทันที สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เหล่าราชวงศ์เชียงอย่างยิ่ง ภายในตำหนักใหญ่แสงเทียนสว่างไสวโชติช่วง บรรดาผู้อาวุโสแห่งราชวงศ์เชียงทั้งหมดมารวมตัวกัน ใบหน้าของทุกคนดูหม่นหมองน่าเกลียด
บนที่นั่งหลักตรงกลาง ปรมาจารย์อาวุโสสูงสุดเชียงอวินเฮอนั่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขุ่นเคือง
“ลูเยีย ศิษย์จากสำนักกระบี่เกาสวรรค์เป็นเพียงผู้มีพลังบำเพ็ญขอบเขตแก่นทองคำเท่านั้น กลับสามารถแทรกซึมเข้าวังหลวงและควบคุมค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยได้?”
เรื่องพรรค์นี้ใครจะเชื่อลง?
“ตลอดแปดร้อยปีที่ผ่านมามีเพียงสามคนเท่านั้นที่หาญกล้าลอบเข้าวังหลวง ทั้งสามคนล้วนเป็นบรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์ สองคนตายอย่างอนาถ อีกหนึ่งคนหนีเตลิดไปอย่างไม่คิดชีวิต!”
“หรืออาจกล่าวได้ว่าในรอบแปดร้อยปีที่ผ่านมา วังหลวงแห่งต้าเฉียนของเราแข็งแกร่งประดุจเหล็กกล้า ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนได้!”
ปรมาจารย์อาวุโสสูงสุดเชียงอวินเฮอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“แต่บัดนี้เด็กหนุ่มขอบเขตแก่นทองคำคนหนึ่ง ช่วงชิงค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวย ทำในสิ่งที่แม้แต่บรรพชนแก่นศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เคยทำสำเร็จ!”
กล่าวมาถึงตรงนี้เชียงอวินเฮอก็ยกระดับเสียงขึ้นทันที “ช่างเป็นความอัปยศครั้งใหญ่หลวงนัก!”
ซุ่มเสียงนั้นดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปทั่วตำหนักใหญ่ ทุกคนต่างใจสั่นระรัวรู้สึกปวดแก้วหูจนแทบจะแตกสลาย บนใ