สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ชายสามหญิงหนึ่งล้วนมีพลังบำเพ็ญขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์ ชั่วชีวิตผ่านการสังหารมานับไม่ถ้วน ประสบการณ์การต่อสู้ย่อมโชกโชนถึงขีดสุด ในทันทีที่เสียงของลูเยียดังขึ้นพวกเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกันทันที บางคนยกมือจะชักกระบี่ บางคนหมายจะกระโดดจะพุ่งออกไปสังหาร บางคนอ้าปากหมายจะแผดร้องเรียกพวก บางคนหมายจะหยิบจานค่ายกลเพื่อกระตุ้นค่ายกลเปลวเพลิงลี้ลับจื่อเวยให้ทำงาน
ทว่า… การกระทำเหล่านั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย
เพราะในพริบตาที่ขยับกาย ทะเลแห่งจิตสำนึกของพวกเขาแต่ละคนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง จิตเทวะของทุกคนปวดร้าวอย่างแรงราวกับถูกแทงทะลุด้วยคมดาบอันไร้เทียมทาน ดวงตาพร่ามัวมืดมิดลงในฉับพลัน และในเวลาเดียวกันนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าทันที!
เสียงดาบกึกก้อง ดาบศึกเพลิงโลหิตฉางวาดผ่านห้วงนภาอากาศด้วยท่วงท่าอันรวดเร็ว ดุจลมพัดใบไม้แห้งผาด ร่างของศัตรูคนหนึ่งออกเป็นสองซีก
ดาบบินที่เต็มไปด้วยรอยสนิมวาบขึ้นกลางอากาศ เจาะทะลุกลางหว่างคิ้วของศัตรูอีกคน
พลังหมัดที่สะสมไว้เนิ่นนานระเบิดออกประหนึ่งภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นกะทันหัน บดขยี้ทรวงอกของศัตรูอีกคนอย่างรุนแรง พลังหมัดทะลุผ่านร่างไป
เพียงพริบตาเดียวศัตรูสามรายก็สิ้นชีพในทันที โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
หญิงสาวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในที่สุดก็ได้สติจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรงของจิตเทวะ นางตกตะล